การแต่งกายของผู้หญิงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดคดีข่มขืนจริงหรือ?

                ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคนที่ติดตามข่าวสารในวงการบันเทิงหรือหน้าสังคม คงจะได้เห็นดาราสาวหลาย ๆ คนออกมาพูด โพสต์ภาพ และร่วมรณรงค์ถึงประเด็นเรื่องการแต่งกายของผู้หญิง สืบเนื่องมาจากข่าวคราวการรณรงค์ให้ผู้หญิงแต่งตัวมิดชิดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อลดการก่อเหตุลวนลามและข่มขืน ด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดกระแสและการเชิญชวนให้มาเรียกร้องถึงสิทธิสตรีว่าจริง ๆ แล้วการแต่งกายเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้หญิงทุก ๆ คน และผู้หญิงควรจะได้รับเกียรติจากผู้ชายมากขึ้น รวมถึงผู้ชายไม่มีสิทธิที่จะมาแตะต้องหรือสัมผัสตัวของผู้หญิงได้ตามใจตัวเอง

ซินดี้ สิรินยา นำทัพเหล่าดาราเรียกร้องสิทธิของผู้หญิง

หนึ่งในดาราที่แสดงความคิดเห็น และเป็นต้นเสียงของการรณรงค์ครั้งนี้ก็คือ “ซินดี้ สิรินยา” จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย จนเธอต้องออกมาชี้แจงและทำความเข้าใจกับสังคมว่า “ถามว่าการแต่งตัวโป๊เพิ่มความเสี่ยงไหม? ก็มีส่วนค่ะ อันนี้ไม่ได้ปฏิเสธ ผู้หญิงควรระวังตัวเองในระดับหนึ่ง ผู้หญิงควรรู้จักแต่งตัวตามกาลเทศะและถูกที่ถูกเวลา วันนี้ไม่ได้มาเชิญชวนให้ผู้หญิงแต่งตัวโป๊ แต่งตัวเย้ายวนแต่อย่างใด ใครจะแต่งแบบไหนมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ที่ออกมาพูดเพราะรู้สึกว่า ส่วนใหญ่แล้ว เวลาจะแก้ปัญหานี้ จะแก้ที่ฝ่ายผู้หญิงมากกว่าฝ่ายผู้ชาย และไม่มีการนำเสนอวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยลดปัญหานี้เลย”

ประเด็นสิทธิสตรีที่นานาชาติต้องให้ความสำคัญ

                ความจริงแล้วประเด็นนี้ไม่ได้เป็นประเด็นที่เพิ่งได้มีการนำมากล่าวถึงในเร็ว ๆ นี้ แต่ประเด็นการแต่งกายของผู้หญิงกับคดีอาชญากรรมการข่มขืนเป็นเรื่องที่เคยถูกหยิบยกและนำมาเป็นตัวอย่างหรือกรณีศึกษากันมาแล้ว ทั้งการถกเถียงกันในเรื่องของมายาคติของการแต่งตัวโป๊ที่หมายถึงสัญลักษณ์ที่นำไปสู่อาชญากรรมในคดีข่มขืน ซึ่งในทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เรียกสิ่งนี้ว่าเป็นมายาคติที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ถึงแม้ผู้หญิงจะแต่งกายอย่างใด ผู้ชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมาข่มขืน และประเด็นนี้ไม่ได้เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ประเด็นนี้กลายเป็นประเด็นในเกือบทุกประเทศทั่วโลก ตราบใดที่ยังมีคนที่คิดจะละเมิดสิทธิของผู้อื่น ซึ่งความจริงแล้วปัญหาควรถูกแก้จากต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ ซึ่งประเด็นของการแต่งกายนี้เคยได้ถูกหยิบยกมานำเสนอในนิทรรศการของมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้นำชุดและเครื่องแต่งกายของผู้หญิงที่ถูกข่มขืนมา ซึ่งชุดเหล่านั้นเป็นเพียงเสื้อผ้าธรรมดาที่ไม่ใช่เครื่องแต่งกายที่โป๊ หรือวาบหวิวแต่อย่างใด

ส่วนความคิดเห็นในเรื่องนี้ของหลาย ๆ ฝ่ายก็แน่นอนว่าย่อมมีความแตกต่างกันไป ซึ่งจริงอยู่ว่าการแต่งกายเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและกาลเทศะ รวมถึงโอกาสนั้น ๆ ด้วย               

ตู้ถุงยางอนามัยในโรงเรียน จำเป็นแค่ไหน?

                เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางอีกครั้ง ถึงประเด็นของการติดตั้งตู้ถุงยางอนามัยไว้ในโรงเรียน เนื่องจากมีเครือข่ายผู้ปกครองเห็นต่างว่าการติดตั้งตู้ถุงยางอนามัยในโรงเรียน เป็นการส่งเสริมให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ เป็นการชี้นำอย่างที่เรียกว่าเป็นการชี้โพรงให้กระรอกหรือไม่ ในขณะที่ความคิดเห็นในบางกลุ่มเห็นว่า การติดตั้งตู้ขายถุงยางอนามัยเป็นสิ่งที่เหมาะสม เพราะเป็นการรณรงค์ให้เด็กรู้จักการป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมาจากการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งโรคติดต่อและการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งเป็นปัญหาในสังคมที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ

ความจริงแล้วประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งนำเอามาถกเถียงกัน เพราะจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ได้ถูกนำมาหยิบยกเป็นประเด็นที่หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการนำมาพิจารณากันไปแล้ว และสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการได้อนุญาตให้โรงเรียนต่าง ๆ สามารถติดตั้งตู้ขายถุงยางอนามัยไว้ในโรงเรียนได้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 โดยหากโรงเรียนไหนต้องการติดตั้งก็สามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องทำหนังสือมาสอบถามหรือขออนุญาตกระทรวงศึกษาธิการแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ทางกระทรวงก็ไม่ได้มีนโยบายให้ทุกโรงเรียนต้องติดตั้งตู้ขายถุงยางอนามัยเอาไว้ อีกทั้งสำนักโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยังมีความเห็นว่าการติดตั้งตู้ขายถุงยางอนามัยในสถานศึกษา เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยให้เยาวชนเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้องทางเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อมได้ง่ายขึ้น โดยกรมควบคุมโรคได้ร่วมกับ สสส. ติดตั้งตู้ขายถุงยางอนามัยในห้องน้ำชายของโรงเรียนอาชีวศึกษามาแล้วกว่า 200 แห่งตั้งแต่ปี 2557

ความคิดเห็นของประชาชนทั่วไป

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปในประเด็นนี้ก็มีความแตกต่างกันไปโดยเฉพาะผู้ปกครองบางกลุ่มที่เกรงว่าจะเป็นการชี้นำและส่งเสริมมากกว่าป้องกัน ซึ่งความจริงแล้วเรื่องนี้ต้องทำควบคู่ไปกับการให้ความรู้และทำความเข้าในเรื่องเพศศึกษาให้เยาวชนทราบเสียแต่เนิ่น ๆ เพื่อจะได้สามารถป้องกันปัญหาที่จะเกิดตามมาในอนาคตได้ ซึ่งการติดตั้งถุงยางอนามัยในโรงเรียน ก็เป็นเพียงหนึ่งในกลไกในการป้องกันปัญหาเท่านั้น อย่างไรก็ตามสำหรับข้อมูลสนับสนุนความคิดเห็นในกรณีนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็นของ นิด้าโพลยังเคยทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรณีนี้ ซึ่งผลออกมาว่า ร้อยละ 63.9 เห็นด้วยกับการติดตั้งตู้ขายถุงยางอนามัยไว้ในโรงเรียนแต่อีกร้อยละ 36.1 ไม่เห็นด้วย

จะเห็นได้ว่าประเด็นนี้ถูกหยิบยกเอามาพูดในกันในหลาย ๆ ครั้ง ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันซึ่งก็ยังคงมีความคิดเห็นและถกเถียงกันด้วยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าการติดตั้งถุงยางอนามัยในโรงเรียนจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้มากแค่ไหน หรือจะกลายเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรแทน

 

 

สิงคโปร์คว้าตำแหน่งอันดับ 1 สนามบินที่ดีที่สุดในโลกปี 2018

                ประกาศผลออกมาเรียบร้อยแล้ว สำหรับสนามบินที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งเชื่อว่านักท่องเที่ยวหรือคนที่เดินทางบ่อย ๆ คงจะทายถูกกันบ้าง เพราะสนามบินแห่งนี้เป็นสนามบินที่ครองแชมป์มาเป็นสมัยที่ 6 แล้ว กับสนามบินชางงีของประเทศสิงคโปร์ จากการจัดอันดับของ Skytrax สถาบันวิจัยบริการการบินชั้นนำของประเทศอังกฤษ ได้ใช้เกณฑ์การสำรวจความพึงพอใจของผู้โดยสารที่เดินทาง ตั้งแต่ความพอใจต่อสิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบิน บริการเช็คอิน ความปลอดภัย ร้านค้าภายในสนามบิน การรอเปลี่ยนเครื่อง รวมถึงระบบการตรวจคนเข้าเมืองของสนามบินนั้น ๆ ซึ่งสนามบินชางงีของประเทศสิงคโปร์มีคะแนนความพึงพอใจเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยอันดับ 2 คือสนามบินอินชอนของประเทศเกาหลีใต้ อันดับ 3 ท่าอากาศยานฮะเนะดะ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น อันดับ 4 ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง อันดับ 5 ท่าอากาศยานานาชาติฮาหมัก ประเทศกาตาร์ อันดับ 6 ท่าอากาศยานมิวนิก ประเทศเยอรมนี อันดับ 7 ท่าอากาศยานนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น อันดับ 8 ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ ประเทศอังกฤษ อันดับ 9 ท่าอากาศยานซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และอันดับ 10 ท่าอากาศยานนานาชาติ แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

รู้จักกับท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงี

                ท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงี เป็นสนามบินนานาชาติหลักของประเทศสิงคโปร์ และเป็นสนามบินสำหรับประชาชนทั่วไปแห่งเดียวของประเทศ ถือเป็น Hub ของระบบการขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสนามบินติดอันดับจำนวนผู้โดยสาร และสินค้าที่ผ่านการขนส่งมากที่สุดในโลก สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 8,100 ไร่ ในย่านชางงีด้านตะวันออกสุดของเกาะสิงคโปร์ ห่างจากใจกลางเมืองสิงค์โปร์ 20 กิโลเมตร ซึ่งล่าสุดในปี 2017 ที่ผ่านมา สนามบินแห่งนี้ได้มีการเปิดตัวอาคารใหม่ ชื่อว่า The Jewel เป็นอาคารที่มีความทันสมัยรูปทรงโดนัทสูง 10 ชั้น ภายในประกอบไปด้วยสวนในร่ม ร้านค้า ร้านอาหารชั้นนำ โรงแรม และน้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลกบนพื้นที่กว่า 13,000 ตารางเมตร

สนามบินสุวรรณภูมคว้าอันดับที่ 36

                สำหรับสนามบินสุวรรณภูมิของประเทศไทยเราในปี 2018 ก็คว้าอันดับที่ 36 ไปครอง มีอันดับขึ้นมาจากอันดับ 38 ในปีที่แล้ว และก็ยังเป็นสนามบินที่ติดอันดับ 1 ใน 40 สนามบินที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งสนามบินสุวรรณภูมิของเราเคยติดอันดับ 10 สนามบินที่ดีที่สุดในโลก อีกทั้งในปี 2015 สนามบินของไทยสนามบินนี้ยังเคยติดอันดับ 5 ในประเภทของสนามบินที่มีผู้โดยสาร 40-50 ล้านคนต่อปีอีกด้วย

ในปีต่อไปก็คงต้องติดตามกันว่าสนามบินชางงีของสิงคโปร์จะสามารถคว้าแชมป์ได้เป็นปีที่ 7 ติดต่อกันได้หรือไม่ หรือจะถูกสนามบินในอันดับ 2 3 อย่างสนามบินนานาชาติอินชอนของเกาหลีใต้ หรือสนามบินฮะเนะดะ ของญี่ปุ่นแซงขึ้นไปแทน ส่วนสนามบินสุวรรณภูมิของเราจะได้รับการปรับปรุงและพัฒนา จนไต่อันดับขึ้นไปหรือกลับไปติดอันดับ 1 ใน 10 ของสนามบินที่ดีที่สุดในโลกได้หรือไม่ก็ต้องติดตามกันต่อไปเช่นกัน

สวมรอยบัตรประชาชน ภัยใกล้ตัวที่ควรระวัง

                ในช่วงที่ผ่านมาหลายคนคงจะได้ติดตามข่าวคราวของการนำบัตรประชาชนไปลักลอบเปิดบัญชีธนาคารกันมาบ้างแล้ว ที่ถึงแม้ว่าคดีนี้จะยังไม่ถึงที่สุด และยังไม่แน่ว่าข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้เป็นเช่นไร แต่จากคดีนี้ทำให้หลายคนเริ่มตระหนักและให้ความสำคัญกับเอกสารส่วนตัวอย่างบัตรประชาชนที่สามารถนำไปทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้มากมายรวมถึงการเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งอาจจะนำมาซึ่งความเสียหายมากมายในอนาคต รวมถึงยังนำไปสู่การหลอกลวงผู้เสียหายอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย

กรณีศึกษา

                ในคดีที่เกิดขึ้นนี้ เป็นกรณีที่มีการนำบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดบัญชีธนาคาร แล้วหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชี ซึ่งเมื่อมีการสืบสวนลึกลงไป พบว่ามีการว่าจ้างวานให้สวมรวมนำเอาบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดบัญชีถึง 5 บัญชี โดยมีการจ่ายค่าจ้างวานบัญชีละ 2,000 บาท ซึ่งผู้ว่าจ้างเป็นชาวไนจีเรีย ที่เชื่อมโยงไปถึงขบวนการโรแมนซ์สแกม ซึ่งเป็นการหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อและแล้วหลอกให้มีการโอนเงินเข้าบัญชีในที่สุด

สมาคมธนาคารเตือน ปัญหาการลอบนำบัตรประชาชนมาเปิดบัญชีธนาคาร

ด้วยข่าวคราวและกรณีดังกล่าว ทำให้สมาคมธนาคารต้องออกมาชี้แจงถึงกระบวนการในการเปิดบัญชีของธนาคาร รวมถึงการป้องกันของประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น ด้วยระเบียบการยืนยันตัวตนในการเปิดบัญชีเงินฝาก รวมถึงทุกสาขาของธนาคารได้มีป้ายเตือน เรื่องการรับเปิดบัญชีแทนซึ่งถือเป็นความผิดทางกฎหมาย ทั้งนี้ในการเปิดบัญชีเงินฝากทุกครั้ง ธนาคารต้องมีการจัดให้ลูกค้าแสดงตนด้วยบัตรประชาชน รวมถึงต้องมีการตรวจสอบตัวตนของลูกค้ากับบัตรประชาชนที่นำมาเปิดบัญชีว่าเป็นบุคคลเดียวกัน เมื่อมีการตรวจสอบถูกต้องแล้ว จึงจะมีการเปิดบัญชีให้กับลูกค้าได้ รวมถึงตัวประชาชนหรือลูกค้าเองต้องมีความระมัดระวัง รอบคอบในการเก็บรักษาบัตรประชาชน ไม่ควรมอบหมายให้ผู้อื่นไปทำธุรกรรมแทน รวมถึงการให้สำเนาบัตรประชาชนผู้อื่นเพื่อไปทำธุรกรรม ควรขีดคร่อมและเขียนวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน และในกรณีที่บัตรประชาชนหาย ต้องมีการไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพื่อเป็นการป้องกันตัวและเพื่อไม่ให้เป็นช่องโหว่ของมิจฉาชีพ

นอกจากกรณีบัตรประชาชนหายแล้วมีการนำเอาไปสวมรอยเปิดบัญชีเพื่อหลอกลวงให้เหยื่อโอนเงินแล้ว ยังมีอีกหลายกรณีที่มีการหลอกลวงขอเลขบัตรประชาชน เพื่อนำไปสวมรอยใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ดังที่บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ออกหนังสือมาเตือนลูกค้าถึงแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ที่มีการโทรเข้าไปยังลูกค้า แล้วอ้างขอเลขบัตรประชาชน ซึ่งทางบริษัทไม่มีนโยบายการขอบัตรประชาชนใด ๆ จากลูกค้าทั้งสิ้น

 

ธนาคารดิจิทัล มาถึงยุคที่ธนาคารแข่งกันฟรีค่าธรรมเนียม

                ข่าวคราวล่าสุดของวงการธนาคารที่คงจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้า หรือผู้ที่นิยมใช้ระบบธนาคารออนไลน์ก็คงจะไม่พ้นการที่หลาย ๆ ธนาคารออกมาประกาศฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงินและการจ่ายบิล เพื่อเป็นการเชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการธนาคารดิจิทัลมากขึ้น รวมถึงยังเป็นการแย่งฐานลูกค้ากันเองของธนาคารทั้งหลาย ซึ่งนโยบายนี้จะเป็นผลดีต่อใครไปไม่ได้ นั่นก็คือลูกค้า ที่ทำให้คนไม่เคยใช้บริการระบบธนาคารดิจิทัลหลายคน หรือแม้แต่ผู้สูงอายุที่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์สื่อสารและระบบอินเตอร์เน็ต เมื่อได้ยินคำว่าฟรีค่าธรรมเนียมก็ย่อมสนใจ เรียนรู้ และศึกษาการใช้งานธนาคารออนไลน์ดังกล่าวในที่สุด

แบงค์แข่งกันประกาศฟรีค่าธรรมเนียม  

การแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงฐานลูกค้าของธนาคารเป็นไปอย่างดุเดือด โดยเฉพาะการกระตุ้นให้ลูกค้าหันมาใช้งานและทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ หรือที่เรียกว่าช่องทางดิจิทัล ซึ่งธนาคารที่มีการประกาศฟรีค่าธรรมเนียมให้กับลูกค้าที่ใช้บริการในระบบ Online Banking ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารธนชาติ สำหรับค่าธรรมเนียมที่ยกเว้น ได้แก่ ค่าธรรมเนียมโอนข้ามเขต การโอนเงินข้ามธนาคาร การจ่ายบิล ชำระเงิน ซึ่งลูกค้าจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมเมื่อทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันหรือทางหน้าเว็บธนาคาร รวมถึงบางธนาคาร อย่างเช่นธนาคารกรุงศรีอยุธยา ยังมีการจ่ายเงินคืนให้ลูกค้า 5 บาท เมื่อมีการจ่ายบิลผ่านทางธนาคารดิจิทัลอีกด้วย

ข้อดีและข้อเสียของระบบ Online Banking

                 ระบบธนาคารดิจิทัลหรือ Online Banking นั้นมีข้อดี คือ ช่วยให้ลูกค้าสามารถโอนเงิน จ่ายค่าธรรมเนียม ชำระบิลค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก และธนาคารต่าง ๆ ได้มีการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ทั้งการส่ง SMS และการส่งอีเมล์ส่วนตัวแจ้งรหัสเพื่อเป็นการยืนยันการทำรายการ หรือเป็นการแจ้งเตือนผู้ใช้ก่อนที่จะมีการทำธุรกรรมทุกครั้งเพื่อให้ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ในเรื่องของความปลอดภัยมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามผู้ใช้บริการก็ต้องใช้งานระบบนี้ด้วยความรอบคอบ ไม่บอกรหัสส่วนตัวเพื่อเข้าใช้งานระบบให้ผู้อื่นทราบ หรือเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย โทรศัพท์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หาย ก็ต้องรีบระงับใช้บริการโดยเร็ว

จริงอยู่ว่าการใช้ระบบธนาคารออนไลน์นั้นมีข้อดีและช่วยให้การทำธุรกรรมทางการเงินเป็นไปได้ด้วยความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น แต่หลายคนก็แอบหวั่นใจว่าหากทุกคนหันมาใช้ระบบดิจิทัลกันทั้งหมดแล้ว ในอนาคตตำแหน่งของเจ้าหน้าที่หรือพนักงานธนาคารจะมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน หรือการที่ธนาคารยอมขาดรายได้จากค่าธรรมเนียมก็เพราะมองเห็นถึงโอกาสของการลดภาระค่าจ้าง หรือการลดอัตราการจ้างงาน ที่สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายได้มากกว่าในอนาคต

เหตุกราดยิงในสหรัฐอเมริกา ความรุนแรงที่มีทีท่าว่าจะเพิ่มมากขึ้น

                ความรุนแรงของเหตุการณ์กราดยิงในสหรัฐอเมริกา ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ประชาชนจะออกมารณรงค์ให้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องของกฎหมายอาวุธปืน แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้แต่อย่างใด เพราะความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืนในสหรัฐอเมริกา เริ่มมีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 80 และทวีความรุนแรง จนมีการกราดยิงเกิดขึ้นถี่มากขึ้นในทศวรรษ 90 ถึงแม้จะมีกฎหมายควบคุมอาวุธที่เข้มงวดออกมาเพิ่มก็ตาม จนถึงช่วงหลังปี 2000 เหตุการณ์ก็ยังเพิ่มความร้ายแรงเป็นทวีคูณขึ้นไปเรื่อย ๆ

เหตุการณ์ในปี 2017

                ย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว เหตุการณ์กราดยิงในปี 2017 ที่สร้างข่าวคราวกระทบกระเทือนจิตใจและส่งผลกระทบให้หลายคนคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยสำหรับการใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกาก็คือเหตุการณ์ที่มือปืนกราดยิงใส่ฝูงชนในเทศกาลดนตรีกลางแจ้งในเมืองลาสเวกัส โดยมือปืนที่ก่อเหตุในครั้งนี้ได้บุกเดี่ยวกราดยิงจากห้องพักชั้นบนของโรงแรมมัณฑะเลย์ เบย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 58 คน และบาดเจ็บถึง 515 คน ส่วนตัวมือปืนเองก็ยิงตัวตายในห้องพักหลังจากก่อเหตุ ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ และร้ายแรงที่สุดเหตุการณ์หนึ่ง ที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ไม่เพียงเท่านั้น ในเดือนพฤศจิกายน 2017 ก็ยังมีการก่อเหตุกราดยิ่งในโบสถ์ของรัฐเท็กซัส ซึ่งผู้ก่อการร้ายได้เข้าไปในขณะที่มีการทำพิธีทางศาสนาในวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 27 คน และผู้บาดเจ็บ 20 คน ซึ่งคนร้ายถูกยิงเสียชีวิตในระหว่างเหตุการณ์

เหตุการณ์ในปี 2018 ที่ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

ในปี 2018 เหตุการณ์ความรุนแรงลักษณะนี้ ก็ไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะลดน้อยลง ตรงกันข้ามกลับทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นไปอีก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ได้มีเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนมัธยม ในเมืองฟลอริดาอีกครั้ง ทำให้ผู้ปกครองเริ่มหวั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของบุตรหลานเป็นอย่างมาก เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 คนและบาดเจ็บถึง 50 ตน ซึ่งคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นอดีตนักเรียนวัย 18 ปีของโรงเรียนแห่งนี้นี่เอง โดยมือปืนคนนี้ได้เข้ามอบตัวในเวลาต่อมา และเหตุการณ์ล่าสุดก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้เป็นการก่อเหตุในสำนักงานใหญ่ Youtube ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยผู้ก่อเหตุเป็นมือปืน 3 คน บุกเข้าไปในตึกและก่อเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คนและบาดเจ็บ 3 คน

                เหตุการณ์ที่มือปืนทำการกราดยิงและสาดกระสุนใส่ผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ ทำให้ทั้งชาวอเมริกาเองและชาวโลกต้องกลับมาทบทวนว่าความรุนแรงเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นเพราะกฎหมายที่เปิดโอกาสให้การซื้อปืนเป็นไปได้โดยง่าย หรือเพราะปัญหาความรุนแรงทางด้านจิตใจ ความกดดันจากสังคม ที่ทำให้มือปืนตัดสินใจก่อเหตุเหล่านี้ขึ้น

โศกนาฏกรรมรถทัวร์ ความปลอดภัยสาธารณะที่ต้องดูแล

                จากข่าวคราวเหตุการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นกับรถทัวร์ติด ๆ กัน ทำให้หลายคนมีความกังวลในเรื่องของความปลอดภัย เมื่อต้องใช้บริการรถทัวร์หรือรถบัสเดินทางไปทำธุระ หรือไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เนื่องจากเหตุการณ์ทั้ง 2 เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

เหตุการณ์สะเทือนขวัญรถทัวร์ต้นปี 2018

                เรียกว่ายังไม่ผ่านช่วงกลางปีและยังไม่เริ่มเข้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยซ้ำ แต่ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด โดยเฉพาะผู้ที่โดยสารรถทัวร์หรือรถบัสเป็นประจำ ซึ่งเหตุการณ์แรกในปีนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงและสร้างความสะเทือนใจให้กับคนในสังคมเป็นอย่างยิ่ง กับเหตุการณ์ที่คณะทัวร์ของชาวกาฬสินธุ์ ซึ่งผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถบัสเป็นญาติกันทั้งหมด โดยอุบัติเหตุในครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 18 คน และผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก อุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดจากรถทัวร์นำเที่ยวคันดังกล่าวเบรกแตกบริเวณริมทางหลวงแผ่นดิน ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยอุบัติเหตุครั้งนี้รถทัวร์ได้พุ่งข้ามเกาะกลางไปชนต้นไม้และร้านค้าข้างทาง ส่วนคนขับได้หลบหนีไปหลังจากเกิดเหตุและได้เข้ามามอบตัวในภายหลัง ซึ่งจากการสำรวจสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้พบว่า รถทัวร์คันดังกล่าวไม่ได้วิ่งมาด้วยความเร็วเกินกำหนด แต่สาเหตุเกิดจากระบบห้ามล้อของรถทัวร์ชำรุด ประกอบกับบริเวณพื้นผิวถนนของจุดดังกล่าวมีความลาดชันและคดเคี้ยว ทำให้ไม่สามารถบังคับรถได้ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุในที่สุด

เหตุการณ์ซ้ำ 2 รถทัวร์ไฟไหม้

                หลังจากเหตุการณ์รถทัวร์นำเที่ยวเบรกแตกที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คนเพียงไม่ถึงสัปดาห์ ก็ได้เกิดอุบัติเหตุโศกนาฏกรรมรถทัวร์อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นรถทัวร์ที่ได้นำแรงงานต่างด้าวชาติพม่าเข้ามาต่อวีซ่าอายุทำงาน เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากรถทัวร์ไฟไหม้ โดยจุดเริ่มต้นของการลุกไหม้เกิดจากบริเวณห้องเก็บของชั้นล่างส่วนของรถ ติดกับตรงบันไดทางขึ้นชั้นบน ซึ่งเมื่อคนขับทราบก็รีบเปิดประตูฉุกเฉินให้ผู้โดยสารหนีออก แต่ก็ไม่ทัน ทำให้ผู้โดยสารส่วนหนึ่งสำลักควันไฟหมดสติ และถูกไฟคลอกเสียชีวิตบนรถ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 20 คน และมีผู้ที่หลบหนีรอดชีวิตออกมาจากรถได้ 27 คน

                ทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการขนส่ง ตัวคนขับเอง ต้องหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยของผู้โดยสารมาเป็นอันดับ 1 รวมถึงต้องเคร่งครัดปฏิบัติตามข้อกำหนดและข้อกฎหมายในทุก ๆ ข้อกำหนดเพื่อเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายและเป็นการป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์โศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญ และการสูญเสียชีวิตเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำอีกเป็นอันขาด

 

เที่ยวโบราณสถาน ตามรอยละครดัง เกาะกระแสบุพเพสันนิวาส

                เมื่อพูดถึงเทรนด์ของสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของประเทศไทยในช่วงนี้ ก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้ เพราะจะต้องขอเกาะกระแสของละครบุพเพสันนิวาส ละครย้อนยุคที่ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจประวัติศาสตร์ วัดวาอารามและโบราณสถานในประเทศไทยของเราได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นวันนี้ เราก็เลยจะพาผู้อ่านเที่ยวตามรอยละครบุพเพสันนิวาสกันบ้างสักครา จะมีที่ไหนบ้าง เตรียมจัดหาชุดไทยสำหรับวันหยุด วันลากันไว้ได้เลย

  1. วัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่ในสมัยอยุธยาตอนปลาย สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งที่มาของการสร้างวัดแห่งนี้ สันนิษฐานว่าก็เพื่อเป็นการอุทิศผลบุตรให้กับพระมารดาของพระองค์ที่ทรงสิ้นพระชนม์ไป และอีกประการหนึ่งก็มีการสันนิษฐานกันว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ไทยรบเอาชนะเหนือเขมรได้ เนื่องจากสถาปัตยกรรมของวัดส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลมาจากนครวัดของเขมรนั่นเอง ซึ่งต่อมาก่อนการเสียกรุงครั้งที่ 2 วัดแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นค่ายตั้งรับศึก จนเมื่อกรุงแตกวัดก็ได้ถูกทิ้งปล่อยร้าง จนกรมศิลปากรได้เข้าไปดูแลและอนุรักษ์อย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน
  2. วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดหลวงประจำราชวังโบราณอยุธยา สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของวัดแห่งนี้ คือ เจดีย์ทรงลังกาจำนวน 3 องค์ที่วางเรียงกันตั้งแต่ทิศตะวันออกมาจนถึงทิศตะวันตก โดยองค์แรกสุดซึ่งตั้งอยู่ตรงทิศตะวันออกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งเป็นผู้สร้างวัดแห่งนี้ วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา และเป็นต้นแบบของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ในพระบรมหาราชวังในปัจจุบัน
  3. วิหารพระมงคลบพิตร เป็นวัดอารามหลวงอยู่ทางใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ สันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ภายในวัดมีพระมงคลบพิตร พระพุทธรูปขนาดใหญ่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งในปัจจุบันได้รับการบูรณะใหม่ทั้งหมดด้วยทองสำริด
  4. วัดใหญ่ชัยมงคล ปัจจุบันตั้งอยู่ในตำบลสวนพลู อำเภอเมือง จ.พระนครศรีอยุธยา จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือเจดีย์องค์ใหญ่ที่ได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อีกทั้งภายในยังเป็นที่ประดิษฐานศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชด้วย

นอกจากวัดและโบราณสถานที่เราได้นำมาแนะนำกันในวันนี้แล้ว อยุธยายังมีสถานที่เที่ยวและโบราณสถานที่สำคัญ สวยงาม มีประวัติศาสตร์ที่น่าชื่นชมและน่าค้นหาอีกมากมาย อย่างไรก็ตามก็ต้องขอบคุณผู้เขียนบท ผู้สร้าง และนักแสดงทุกคนในเรื่องที่ทำให้คนรุ่นใหม่ หันมาสนใจประวัติศาสตร์ของชาติไทยเราอีกครั้ง

 

สังคมไร้เงินสด เทรนด์การเงินในยุคอนาคต

เมื่อเทคโนโลยีทันสมัย เริ่มรุกแทนที่สิ่งเก่า ๆ และเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในทุก ๆ เรื่องของการดำเนินชีวิต ไม่เว้นแม้แต่เรื่องใหญ่อย่างเรื่องการเงินและการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าต่าง ๆ ที่ในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากจากในยุคอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาเทคโนโลยีที่เรียกว่า ระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้งานเพิ่มมากขึ้น รวมถึงยังมีการคาดการณ์กันว่าในอนาคตหลาย ๆ ประเทศระบบการเงินจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมไร้เงินสดแทบทั้งหมด

สังคมไร้เงินสด คือ อะไร

                สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) คือ สังคมที่ไม่มีการใช้เงินสดเลย เหมือนอย่างเช่นที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แต่สังคมหรือระบบการเงินในลักษณะนี้จะเป็นการนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ เพื่อให้การรับเงินหรือการจ่ายเงินเป็นไปได้โดยผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ซึ่งระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่เริ่มทำให้สังคมเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า “สังคมไร้เงินสด” ที่เราเริ่มเห็นกันแล้วในปัจจุบัน ก็คือการนำเอา QR Code มาใช้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการจ่ายเงิน ด้วยการใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตสแกนเข้าไป เพื่อเป็นการชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการต่าง ๆ รวมไปถึงการจ่ายเงินหรือการทำธุรกรรมออนไลน์ในรูปแบบอื่น ได้แก่ ระบบธนาคารออนไลน์ ด้วยการโอนเงิน ชำระเงิน ชำระบิล ค่าบริการต่าง ๆ ด้วยระบบธนาคารออนไลน์ หรือแอปพลิเคชัน หรือการชำระเงินผ่านทางบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตโดยไม่ต้องมีการกดเงินสดออกมาฝาก โอน ชำระค่าสินค้าบริการแต่อย่างใด

ประเทศต่าง ๆ เริ่มปรับตัวใช้ระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์

                เห็นได้ว่าหลายประเทศในโลกเริ่มมีการนำเอาระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์ และได้มีการปรับเปลี่ยนระบบการเงินการธนาคารเพื่อเข้าสู่สังคมไร้เงินสดกันมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ประเทศจีนที่ได้นำเอาระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านทางแอปพลิเคชันของค่ายการเงินออนไลน์ยักษ์ใหญ่ 2 ค่าย คือ Alipay ของ Alibaba และ We Chat Pay ของค่าย Tencent ส่วนประเทศเบลเยียมก็ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ให้ประชาชนหันมาใช้แอปพลิเคชันในการชำระเงินมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันเบลเยียมมีอัตราการใช้ระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ปราศจากเงินสดสูงถึง 93% สำหรับประเทศไทยเราก็เริ่มมีการเชิญชวนให้ประชาชนสนใจใช้ระบบการเงินประเภทนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบพร้อมเพย์ของภาครัฐ ไปจนถึงที่ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ได้มีการออกแคมเปญงดเว้นค่าธรรมเนียม เมื่อมีการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์และแอพพลิเคชั่นของธนาคาร

ก็คงจะต้องติดตามกันต่อไปว่าเมื่อระบบการเงินการธนาคารเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคออนไลน์หรือการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงการใช้บริการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสดมากขึ้น ระบบการเงินการธนาคาร รวมถึงวิถีชีวิตของการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนจะเป็นเช่นไร

คริสเตียโน โรนัลโด นักเตะแข้งทอง จอมทำลายสถิติ

เมื่อพูดถึงข่าวคราวในวงการฟุตบอลต่างประเทศ นักเตะที่ฮ็อตที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากนักเตะแข้งทองที่ได้ชื่อว่าเป็นนักกีฬาที่ทำรายได้ได้มากที่สุดในขณะนี้ นั่นคือนักเตะหนุ่มสุดหล่อ ร่างกายกำยำ “คริสเตียโน โรนัลโด” กองหน้าแข้งทองจากทีมเรอัล มาดริด ที่นับวันก็ยิ่งจะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ทำลายสถิติต่าง ๆ ในวงการฟุตบอลที่นักฟุตบอลรุ่นพี่ทำเอาไว้อย่างต่อเนื่อง

เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลของคริสเตียโน โรนัลโด

                มาทราบประวัติความเป็นมาของนักเตะฝีเท้าดีผู้นี้กันอีกสักครั้ง คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักเตะชาวโปรตุเกส ปัจจุบันอายุ 33 ปี สูง 185 เซนติเมตร ซึ่งผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าผู้นี้ ได้เข้าสู่วงการนักเตะและประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เริ่มต้นจากการเป็นนักฟุตบอลเยาวชนของทีมอังดูริญญา นาซีอลูนัล จนได้เริ่มเข้าไปเล่นในลีกภายใต้สังกัดของสโมสรสปอร์ติงลิสบอน จนไปเข้าตาเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน และได้เซ็นต์สัญญาเข้าเป็นผู้เล่นของทีมแมสเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก่อนจะถูกซื้อตัวมาอยู่ทีมเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ ทำสถิติเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดที่ถูกซื้อตัวจากทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สถิติที่ถูกคริสเตียโน โรนัลโดทำลาย

                ล่าสุดต้นปี 2018 นี้ คริสเตียโน โรนัลโดก็ได้ทำลายสถิติและสร้างสถิติใหม่ ทำสถิติเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ที่สามารถยิงได้ 10 นัดติดต่อกัน ไม่เพียงเท่านั้นเขายังสร้างสถิติยิงยูเวนตุสได้ถึง 9 ประตู ซึ่งถือเป็นนักเตะที่สามารถทำประตูได้มากที่สุดในการยิงคู่แข่งทีมเดียว อีกทั้งเขายังทำสถิติเป็นนักเตะที่ยิงรวมได้มากที่สุดเป็นจำนวน 39 ประตูในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือเป็นการทำประตูได้มากที่สุดในลีกชั้นนำของยุโรป นอกจากนี้ในปี 2017 ที่ผ่านมาเขาก็ได้ทำลายสถิติเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทั้ง 5 ลีกใหญ่ในทวีปยุโรปไปได้อย่างที่เรียกว่าสถิตินี้เป็นสิ่งที่ยากยิ่งที่จะมีนักเตะทำได้ และแล้วโรนัลโดก็ทำไปได้จริง ๆ ด้วยสถิติการทำประตูไปถึง 367 ประตู แซงจิมมี กรีฟส์ กองหน้าในตำนานจากทีมสเปอร์สที่เคยทำสถิติสูงสุดเอาไว้ 366 ประตูในอดีต

ดูเหมือนว่าคริสเตียโน โรนัลโดจะโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็คงจะต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าในปี 2018 นี้เขาจะสามารถสร้างสถิติใหม่ได้ในลีกใดอีกบ้าง รวมถึงสำหรับศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซียในปีนี้ เขาจะสามารถนำทีมโปรตุเกสโชวฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และคว้าตำแหน่งหรือคว้าแชมป์ใดไปได้บ้าง ก็เป็นเรื่องที่คอบอลต้องคอยติดตามดูกันต่อไป