เมื่อเทคโนโลยีถูกใช้ผิดทาง กลายเป็นปมบาดหมางสร้างความขัดแย้งข้ามประเทศ

                เป็นที่ทราบกันดีว่าเทคโนโลยีหลายแขนงถูกสร้างมาเพื่อให้ชีวิตเราง่ายขึ้น เชื่อมต่อโลกในภูมิภาคต่าง ๆ ให้แคบลงทำให้ผู้คนได้มีโอกาสเห็นมุมมองที่แปลกใหม่จากดินแดนอื่นที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เทคโนโลยีทำให้ผู้คนที่อยู่ไกลกันได้ใกล้กันมากขึ้น ซึ่งคุณประโยชน์ของเทคโนโลยีสมัยใหม่นั้นมีมากมายจนไม่สามารถอภิปรายได้หมด

แต่ในทางกลับกันเหรียญนั้นมี 2 ด้าน เทคโนโลยีก็เช่นกัน ทั้งหมดทั้งมวลล้วนขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าใช้ในทางใด โดยเฉพาะกับคนที่นำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิดทำให้ผลร้ายกระจายออกสู่สังคมในวงกว้างดังเช่นข่าวต่อไปนี้

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2555 ได้มีการบุกทำลายและเผาสถานทูตของสหรัฐอเมริกาหลายแห่งทั่วโลก ส่งผลให้เอกอัครราชทูตอเมริกาประจำลิเบียต้องเสียชีวิตพร้อมกับเจ้าหน้าที่อีก 3 คน เนื่องจากผู้กำกับหนังชาวอเมริกันผู้ไม่เปิดเผยนามได้สร้างหนังประเภทศาสนาชื่อว่า “อินโนเซนส์ ออฟ มุสลิม” ซึ่งเป็นหนังที่ชาวมุสลิมทั่วโลกให้การวิจารณ์เป็นเสียงเดียวกันว่าหนังเรื่องนี้หมิ่นต่อศาสดาโมฮัมหมัดของพวกเขา การส่งต่อคลิปบางส่วนจากหนังผ่านสังคมออนไลน์ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนชาวมุสลิมทั่วโลกออกมาเดินประท้วงเพื่อเรียกร้องให้นำตัวคนทำหนังมาลงโทษและขอให้ทำลายหนังเรื่องนี้ทิ้ง ซึ่งทางการสหรัฐอเมริกาเองก็ไม่ได้นิ่งดูดายโดยได้ทำเรื่องไปทาง Google และ YouTube เพื่อให้ถอดหนังดังกล่าวออกจากคลังการค้นหาแต่ก็ไม่เป็นผล ส่งผลให้หนังและคลิปจากหนังบางส่วนถูกส่งต่อผ่าน Social Network ไปทั่วโลก จนชาวมุสลิมลุกฮือออกมาประท้วงกันที่หน้าสถานทูตสหรัฐประจำประเทศของตนและได้ลุกลามไปถึง 26 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งอียิปต์ ตูนีเซีย เลบานอน เยเมน ซูดาน ออสเตรเลีย อินโดนีเซียและมาเลเซีย แต่ที่รุนแรงที่สุดอยู่ใน 3 ประเทศคือซูดาน อียิปต์และตูนีเซีย

สำหรับในเมืองไทยกรณีเช่นนี้ก็เคยเกิดขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านเมื่อ โต อดีตนักร้องนำวงซิลลี่ฟูลซึ่งปัจจุบันนับถือศาสนาอิสลามได้ออกมาแสดงความคิดเห็นทางศาสนาผ่าน Social Media ว่าพระพุทธรูปเป็นเพียงแค่ปูนปั้นที่แตกได้ และไม่ได้มีสิ่งศักดิ์อยู่ในนั้นเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือพระเจ้าที่ประเมินค่าไม่ได้และไม่สามารถไปสถิตอยู่ที่ใดได้ เนื่องจากพระองค์มีความยิ่งใหญ่กว่าสิ่งทั้งปวงในโลกนี้ หลังจากความเห็นของเขาถูกเผยแพร่ทำให้ชาวไทยส่วนใหญ่ผู้นับถือศาสนาพุทธออกมาวิจารณ์กันอย่างหนักหน่วง ส่งผลให้โตต้องออกมาชี้แจงและขอโทษผ่านรายการข่าวในช่องโทรทัศน์

การแชร์หรือส่งต่อสิ่งที่กำลังเป็นกระแสในสังคมนั้น คนแชร์ควรพิจารณาก่อนว่าเป็นสิ่งที่ล่อแหลมหรือยั่วยุทางอารมณ์จนสร้างความร้าวฉานต่อผู้พบเห็นหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นละเอียดอ่อนอย่างศาสนาซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะอาจทำให้เสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากความคะนองของผู้คนก็เป็นได้ ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีที่ดีควรหลีกเลี่ยงการเป็นสาเหตุของความร้าวฉานแต่ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้คนในวงกว้างจะดีกว่า

 

อุทาหรณ์ “อาการวูบ” หมดสติจนต้องหามส่งโรงพยาบาลของคนดัง ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

“งานคือเงิน เงินคืองานบันดาลสุข” เชื่อว่าหลายคนใช้คตินี้เป็นเครื่องเตือนใจเพื่อให้ขยันทำงานหาเงินสำหรับค่าครองชีพประจำตัวหรือค่าใช้จ่ายของครอบครัว ส่งผลให้ต้องประสบปัญหาสุขภาพจากการโหมงานหนัก ซึ่งหลายครั้งที่ร่างกายใช้วิธีเตือนด้วยอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้เรามองข้ามความผิดปกตินั้นเพราะเชื่อว่าร่างกายยังแข็งแรงและพร้อมที่จะสู้กับงานหนักทุกประเภทที่ประดังประเดเข้ามา ด้วยใจสู้แต่ร่างกายที่ไม่พร้อมทำให้เกิดปัญหาสุขภาพแบบเฉียบพลัน โดยเรามักจะเห็นตัวอย่างการทำงานหนักจนร่างกายอ่อนล้าจากข่าวของคนดังอยู่บ่อย ๆ ซึ่งเรื่องราวของผู้คนเหล่านี้เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนจิตใจให้ทำงานแต่พอดีและรักษาสุขภาพสม่ำเสมอ

ล่าสุดได้มีการรายงานข่าวด่วนถึงการโหมงานหนักของดาราจนเกิดอาการวูบกลางกองถ่าย โดยใครจะเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันของดาราขาร็อครุ่นใหญ่อย่าง อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ซึ่งคนใกล้ชิดเปิดเผยว่าคุณอ๊อฟมีอาการหมดสติระหว่างการถ่ายทำละครจนต้องหามส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ภายหลังแพทย์ได้ระบุว่าคุณอ๊อฟมีอาการของเส้นเลือดในสมองตีบจนต้องเข้ารับการรักษาอยู่ภายในห้อง ICU ส่งผลให้การถ่ายทำละครต้องชะงักลง นอกจากนี้คอนเสิร์ตของคุณอ๊อฟและเหล่าเพื่อน ๆ นักร้องที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้าต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อให้คุณอ๊อฟได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ก่อนจึงจะสามารถประกาศวันจัดงานที่ชัดเจนได้ ซึ่งขณะนี้คุณอ๊อฟได้ออกจากห้อง ICU แล้วและย้ายมาพักฟื้นที่ห้องปกติเพื่อรอดูอาการ หลังจากดีขึ้นจึงจะกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้

แต่เรื่องโชคดีนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนเสมอไป เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา เฮียนอส หรือนายอภิสิทธิ์ อภิสุขสิริ ผู้ดำเนินรายการสปอร์ตไกด์ FM 99 ACTIVE  RADIO ถูกญาติพบว่านอนหมดสติอยู่ในบ้านพักย่านคู้บอน จนต้องเรียกรถมูลนิธิเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ได้ทำการปั๊มหัวใจอยู่หลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผลและไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้ ต่อมาได้มีการให้ข้อมูลจากครอบครัวว่าเฮียนอสมีโรคประจำตัวคือ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบและโรคเบาหวาน แต่ไม่คิดว่าจะมีภาวะของโรคหัวใจแทรกซ้อนจนเกิดอาการวูบเช่นนี้ ซึ่งหลังจากออกจากโรงพยาบาลครอบครัวจะนำร่างของเฮียนอสไปบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนาต่อไป

เป็นที่ทราบกันดีว่าอาการวูบเปรียบได้กับสัญญาณเตือนสุดท้ายว่าร่างกายถึงขีดจำกัดแล้ว บางคนโชคดีที่ในขณะวูบนั้นศีรษะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนแต่บางคนกลับโชคร้ายต้องเสียชีวิตจากอาการวูบ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรอให้ร่างกายต้องใช้สัญญาณเตือนที่อันตรายเช่นนี้ เพียงแค่คุณดูแลสุขภาพและเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อค้นหาโรคภัยที่หลบซ่อนอยู่และรักษาให้ได้ทันท่วงทีจะได้ไม่เกิดการสูญเสียที่ไม่คาดฝันให้เป็นที่เศร้าใจของครอบครัว

 

สันติภาพของโลกไม่มีวันตายที่ไม่ควรหลงลืมของ โคฟี่ อันนัน และ เนลสัน แมนเดลา

เมื่อพูดถึงสงครามหลายคนอาจคิดถึงความสูญเสีย แต่จะมีสักกี่คนที่อุทิศตนเพื่อให้โลกเกิดสันติสุขแม้ว่าจะอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่ห่างไกลความเจริญก็ตาม การอุทิศตนเพื่อให้สังคมของตนได้รับความสงบสุขนั้นนำมาซึ่งความนับถือจากคนทั่วโลกเมื่อได้รับทราบเรื่องราวการต่อสู้ของบุคคลเหล่านี้ จนเกิดเป็นกระแสการเรียกร้องอิสระภาพและความเท่าเทียมกันของทุกคนในสังคม ถึงแม้ว่าผู้นำการเรียกร้องนี้จะต้องจากโลกไป แต่การเคลื่อนไหวเพื่ออิสระภาพและสันติสุขซึ่งมาจากอุดมการณ์ของพวกเขานั้นยังคงอยู่และถูกสืบทอดเพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงความเท่าเทียมของมวลมนุษยชาติ

เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาโลกได้สูญเสียผู้เป็นปูชนียบุคคลด้านสันติภาพนั่นก็คือ นายโคฟี่ อันนัน ชาวผิวสีคนแรกของประวัติศาสตร์ที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ ผู้ต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมและเรียกร้องเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV ซึ่งเขาเสียชีวิตอย่างสงบหลังจากป่วยได้ไม่นานที่บ้านพักในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ สำหรับผลงานที่โดดเด่นของนายอันนันก็คือ เขาได้มีบทบาทในการเป็นสื่อกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างประเทศให้กับอิรัค ไนจีเรีย เลบานอนและอิสราเอล ผลงานครั้งนั้นทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพและได้เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติอีกเป็นสมัยที่ 2 ถึงแม้ว่าโลกได้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักนี้ไปแล้วแต่ปณิธานของเขาก็ได้ถูกส่งต่อไปยังสมาชิกและองค์กรทางมนุษยธรรมทั่วโลกเพื่อให้สานต่อเจตนารมณ์การสร้างสันติภาพโลกของบุคคลสำคัญผู้นี้

ถ้าใครยังจำกันได้ราว ๆ 10 กว่าปีก่อนเรามักจะเห็นชายผิวดำกับใบหน้าเปื้อนยิ้มภายใต้ร่องรอยของกาลเวลา เขาผู้นี้มีชื่อว่า เนลสัน แมนเดลา นักต่อสู้ด้านมนุษยธรรมเพื่อความเท่าเทียมของชาวแอฟริกัน แมนเดลาเกิดในครอบครัวของผู้ครองนครในแอฟริกาแต่เขาก็ไม่ได้เสวยสุขอยู่บนทรัพย์สมบัติและเฝ้ามองดูความยากลำบากของชาวเมือง แต่กลับกันเขาต่อสู้เพื่อความเสมอภาคของคนผิวดำจนพัฒนาไปสู่การตั้งกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งทำให้เขาต้องถูกจำคุกถึง 27 ปี การต่อสู้ครั้งนั้นทำให้แมนเดลากลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียมที่ไม่ใช่เพียงชาวผิวสีเท่านั้นแต่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลกโดยเฉพาะประชาชนในประเทศที่มีปัญหาเรื่องเชื้อชาติ จนกระทั่งปี 2556 เนลสัน แมนเดลาได้ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคปอดติดเชื้อในวัย 95 ปี แต่ชื่อของเขายังคงถูกจารึกไว้ในฐานะของพ่อพระของชาวผิวสี

การต่อสู้ของนักมนุษยธรรม 2 ท่านนี้ถือได้ว่าเป็นการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมของพลเมืองโลก เนื่องจากอุดมการณ์และคติสอนใจนั้นยังคงอยู่ ให้กับชนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงการมีจิตใจแห่งความรักและความเสมอภาคกันต่อเพื่อนมนุษย์ซึ่งเป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขในสังคมปัจจุบันนี้

 

วิเคราะห์เซเล็ปศิลปินดัง กับปัญหาทางจิต ซึมเศร้า ไบโพลาร์ หรือแค่คิดไปเอง

                คนทุกคนล้วนต้องประสบกับปัญหาด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีจิตใจเข้มแข็งพร้อมเผชิญและแก้ไขปัญหาได้มากกว่ากัน ซึ่งบางคนมีความแข็งแกร่งทางจิตใจเพราะถูกฝึกมาจากครอบครัว ในขณะที่บางคนต้องปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งอยู่กับปัญหาที่แก้ไม่ได้ จนกลายเป็นปมลุกลามภายในจิตใจ ส่งผลให้เกิดโรคทางจิตที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง และดูเหมือนว่าคนที่มีชื่อเสียงมีหน้ามีตาในสังคมจะมีโอกาสเป็นได้มากกว่าบุคคลธรรมดา เนื่องจากภาระและความคาดหวังอันใหญ่หลวงจากคนรอบข้าง ทำให้ปมภายในจิตใจนั้นแก้ไม่ตก

ย้อนกลับไปราว ๆ 20 กว่าปีที่แล้ว ประเทศเรามีนางแบบชื่อดังมีประวัติเป็นเพียงแค่เด็กสาวธรรมดา ๆ แต่เธอได้รับโอกาสที่ดีจากผู้ใหญ่ในวงการแฟชั่น ประกอบกับการมีรูปร่างดีและใบหน้าขึ้นกล้องทำให้เธอได้โบยบินเข้าไปสู่อาชีพนางแบบระดับโลก จนได้ขึ้นปกนิตยสารชื่อดัง ด้วยความตื่นตาตื่นใจกับสังคมใหม่ ทำให้เธอได้พบปะกับผู้คนมากหน้าหลายตา แต่โชคร้ายที่เธอต้องเข้าสู่วังวนของยาเสพติด และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาพลเมืองดีพบเห็นเธอเดินไร้สติอยู่ข้างถนนจนต้องพาส่งโรงพยาบาล พบว่าเธอคนนี้ก็คือนางแบบชื่อดังนามว่า ยุ้ย รจนา ผู้ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์หรือโรคอารมณ์สองขั้ว ที่ไม่ได้เข้ารับการรักษามานานจนอาการกำเริบ ความหลงระเริงจากการโด่งดังและผลของยาเสพติดทำให้เธอต้องกลายเป็นคนไม่ปกติ ซึ่งปัจจุบันยุ้ยได้รับการรักษาจากจิตแพทย์และยิ่งไปกว่านั้นเธอยังได้รับโอกาสให้กลับเข้าสู่วงการแฟชั่นอีกครั้งในฐานะเบื้องหลัง

อีกหนึ่งกรณีคนดังกับอาการทางจิตที่กำลังเป็นกระแสอยู่ทุกวันนี้ก็คือ กรณีของเสก โลโซ ซึ่งทำการถ่ายทอดสดกิจวัตรประจำวันของตัวเองผ่านเฟสบุ๊คตั้งแต่ตื่นนอน ล้างหน้า แปรงฟัน ทานข้าว รวมไปถึงการพาดพิงถึงบุคคลอื่น ๆ ในทางเสียหาย จนคนใกล้ชิดออกมาเปิดเผยว่าเสกมีอาการของโรคไบโพลาร์และซึมเศร้า ซึ่งหยุดการรักษาและไม่ได้รับประทานยามาหลายเดือนแล้ว ทำให้สังคมเกิดความเป็นห่วงว่าเขาอาจเข้าสู่ภาวการณ์อยากฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นภาวะขั้นสุดท้ายของโรคนี้ จนกระทั่งวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมาได้มีรายงานข่าวว่าภรรยาเก่าและลูกชายคนโตของเสกได้ทำการเข้าไปในบ้าน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เสกพักอยู่และไม่ได้ออกมาข้างนอกกว่า 6 เดือน แม่ลูกทั้ง 2 รวมทั้งคนสนิทอีกหลายคนได้ช่วยกันนำตัวเสกไปโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรียบร้อยแล้ว

จะเห็นว่าผู้ป่วยทางจิตไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือไบโพลาร์ ต่างก็ต้องการความรักความเอาใจใส่จากครอบครัวและคนรอบข้าง เนื่องจากผู้ป่วยทางจิตมักจะคิดว่าตนคือคนปกติจนอาการนั้นลุกลามไปสู่ภาวะที่รักษาได้ยาก นอกจากนี้โอกาสที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ คือสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการมากที่สุดหลังจากการรักษา ดังนั้นคนรอบข้างควรทำความเข้าใจและช่วยเหลือเขาเหล่านี้อย่างเต็มที่

 

เมื่อทั่วโลกต้องประสบภาวะอุทกภัยฉับพลัน ธรรมชาติลงโทษหรือแค่ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง ?

เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่คาดไม่ถึง ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา อุทกภัยที่ปะทะมาแบบฉับพลันทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างต่อหลาย ๆ ประเทศ การเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเช่นนี้ทำเอาคนส่วนใหญ่ประเมินกันไปว่าอาจจะเป็นการลงโทษของธรรมชาติต่อมวลมนุษยชาติ ในขณะที่บางคนคิดว่าเป็นเพียงฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น ซึ่งหลายประเทศต้องประสบกับภาวะน้ำท่วมกะทันหันจนไม่ทันตั้งตัว ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก

เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้มีรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศว่าเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เมืองอังการา ประเทศตุรกี โดยมีการเผยแพร่คลิปรถยนต์ร่วมร้อยคันถูกกระแสน้ำพัดพาไปกองรวมกัน และที่สำคัญรถยนต์บางคันยังมีคนอยู่ในนั้นทำให้เกิดภาพการพยายามหนีออกจากรถเพื่อเอาชีวิตรอดกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากการที่มีฝนตกอย่างหนักติดต่อกันถึง 3 ชั่วโมง เป็นผลให้เกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันจนชาวเมืองต้องพากันหนีตาย

นอกจากนี้ประเทศที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวอย่างประเทศญี่ปุ่น ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันเมื่อไม่นานมานี้เช่นกัน โดยมีสำนักข่าวทั่วโลกได้รายงานข่าวว่าประเทศญี่ปุ่นต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติครั้งยิ่งใหญ่และร้ายแรงที่สุดในรอบ 10 ปี จากการถูกน้ำท่วมและดินโคลนถล่มบ้านเรือนจนได้รับความเสียหายกันถ้วนหน้า ซึ่งเหตุการณ์ร้ายแรงนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวเมืองทางตะวันตกของประเทศญี่ปุ่นต้องได้รับผลกระทบจากบ้านเรือนพังเสียหาย โดยมียอดผู้เสียชีวิตกว่า 60 คน และบาดเจ็บกว่า 40 คน ซึ่งสำนักงานการกู้ภัยของญี่ปุ่นต้องทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัย

หลังจากวิกฤตของประเทศญี่ปุ่นเพียง 1 เดือนก็มีการรายงานข่าวอีกว่าเกิดอุทกภัยฉับพลันในรัฐเกรละ ซึ่งเป็นรัฐทางตอนใต้ของอินเดีย ภัยธรรมชาติครั้งนี้ถือเป็นภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน และชาวเมืองกว่า 400,000 คน ต้องอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางการจัดไว้ให้ ซึ่งอุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากฤดูมรสุมช่วงต้นปีที่ผ่านมาโดยรายงานระบุว่าร่างของผู้เคราะห์ร้ายส่วนมากพบเจออยู่ใต้ซากปรักหักพังจากการถูกดินโคลนถล่ม จนภายหลังทางการอินเดียได้ประกาศให้สร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวเนื่องจากยอดผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้น

นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนี้ซึ่งมีระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนจะเห็นว่ามีหลายประเทศที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากภาวะอุทกภัยฉับพลัน ถึงแม้ว่าจะมีการประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาของแต่ละประเทศเรื่องความรุนแรงของพายุและเมฆฝนล่วงหน้า แต่ทว่าหลายครัวเรือนยังคงไม่เชื่อในวิทยาศาสตร์ สำหรับประเทศไทยเองช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่น้ำจากแม่น้ำเหนือกำลังไหลลงสู่แม่น้ำทางภาคกลางทำให้หลายหน่วยงานต้องจับตาดูและคอยรายงานอยู่เป็นระยะ ๆ ดังนั้นประชาชนที่อยู่ตามเส้นทางน้ำก็ควรรับฟังข่าวสารและเชื่อคำเตือนจากทางการเพื่อทำการป้องกันให้ทันท่วงทีและไม่ให้เกิดการสูญเสียที่คาดไม่ถึง

 

บัญชีโซเชียลมีเดีย กับการตั้งรหัสผ่านเพื่อความปลอดภัยสุงสุด

                โซเชียลมีเดียต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter Instagram Youtube ร่วมไปถึง E-mail  ที่จะต้องตั้งรหัสผ่าน ควบคู่กับชื่อบัญชี ควรจะต้องระมัดระวังให้ดี เพราะชื่อผู้ใช้ถูกเปิดเผยให้คนทั่วไปเห็นอยู่แล้ว เมื่อติดต่อกับบัญชีของคุณ สิ่งที่คุณควรเก็บไว้เป็นความลับคือรหัสผ่าน และการตั้งรหัสผ่านของคุณควรจะเป็นรหัสผ่านที่คาดเดายาก ไกลตัวคุณ เพราะหากมีมือดีหรือผู้ประสงค์ร้าย ต้องการใช้ชื่อของคุณในทางที่ผิด หรือเข้ามาล้วงข้อมูลลับของคุณ พวกเขาเหล่านั้นสามารถทำได้ง่าย หากคุณตั้งรหัสผ่านที่สามารถคาดเดาได้ง่ายนั่นเอง

กลุ่มรหัสผ่านที่ไม่ควรนำมาใช้ในการตั้งรหัสผ่านคือ

ชุดตัวเลขเรียงกัน เช่น “1234” “5678” ชุดตัวเลขเดิมซ้ำ ๆ กัน เช่น “0000” “9999” “1111” หรือจะเป็นตัวอักษรเรียงกัน เช่น “abcd” “wxyz” กลุ่มคำที่สามารถคาดเดาได้ง่าย เช่น “password” “pass” “password1234”

กลุ่มรหัสผ่านที่เป็นข้อมูลของคุณ ที่สามารถค้นหาได้โดยง่าย เช่น วันเดือนปีเกิด ค.ศ.หรือพ.ศ.ที่คุณเกิด เลขท้ายเบอร์โทรศัพท์ ชื่อเล่น ชื่อจริง เป็นต้น เพราะข้อมูลชุดนี้ผู้คนส่วนใหญ่มักจะรู้จากตัวคุณเองได้ง่ายเกินไป เช่น หากคุณใช้ Facebook และตั้งเปิดเผยวันเดือนปีเกิดในระบบ แล้วนำวันเดือนปีเกิดมาตั้งเป็นรหัสผ่าน ก็ยิ่งทำให้ผู้ประสงค์ร้ายสามารถเข้ามาปลอมแปลงเป็นตัวคุณ หรือเข้ามาโพสข้อความทำร้ายคุณได้อย่างง่าย ๆ นั้นเอง

ป้องกันผู้ประสงค์ร้าย เข้ามาล้วงข้อมูลลับได้ด้วยการตั้งรหัสผ่านที่ถูกต้อง

                หากตั้งรหัสผ่านโซเชียลมีเดียควรตั้งรหัสผ่านที่มี ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก (a – z) ตัวพิมพ์ใหญ่ (A – Z) ตัวเลข (0 – 9) สัญลักษณ์ (!@#$%^&*()_+|~-=\`{}[]:”;'<>?,./)  ผสมกัน โดยมีความยาวเกิน 8 ตัวขึ้นไป และหากยิ่งยาวจะยิ่งคาดเดาได้ยาก ตัวอย่างเช่น “p@ssWorc!2234” “Pa$$_4975” เป็นต้น

ควรเปลี่ยนรหัสทุก ๆ 6 เดือน แต่ก็ควรระวังว่าจะลืมรหัสผ่าน จนไม่สามารถเข้าใช้งานได้เอง ตรวจสอบสถานะการเข้าบัญชีเป็นประจำ ว่ามีคนอื่น หรือมีการเข้าถึงจากอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของเราหรือไม่ หากเป็นไปได้รหัสในแต่ละโซเชียลควรเป็นรหัสที่แตกต่างหาก แต่หากมั่นใจในความยากของรหัสแล้วก็อาจจะใช้รหัสชุดเดียวกันก็ได้

อีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้ใคร ควรเก็บอีเมล์ที่ใช้ในการสมัคร Facebook Twitter Instagram หรือโซเชียลอื่น ๆ แยกจากอีเมล์ที่เปิดเผยในสาธารณะ เพราะหากอีเมล์นั้น ๆ โดนมือดีเข้าถึงได้ นั้นหมายความว่าทุกโซเชียลที่เราสร้างไว้มือดีจะสามารถเข้าถึงได้ทั้งหมด

สังคมในยุคปัจจุบัน เป็นสังคมยุคโซเชียลมีเดีย เหมือนมีทุกคนสื่อในมือ สามารถจะพูดจะแสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้ แต่หากมีผู้ประสงค์ร้ายเข้าระบบของเราได้ แล้วโพสข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือไปหลอกขอข้อมูลสำคัญจากคนใกล้ ๆ ตัวเราเพื่อนำข้อมูลไปประกอบธุรกรรมผิดกฎหมาย ยิ่งเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเท่าไหร่ ในบางครั้งข้อมูลเหล่านั้นอาจเป็นภัยมืดมาทำร้ายตัวเราเองได้ในอนาคต

 

อุบัติเหตุบนท้องถนน กับการเก็บหลักฐานสำคัญจากกล้องติดรถยนต์

                ในการขับรถนอกจากจะต้องใช้ความระมัดระวังสูง ไม่ประมาท เพื่อป้องกันความผิดพลาด จนเกิดอุบัติเหตุ เกิดความเสียหายทั้งทรัพย์สิน ของมีค่า รวมไปถึงการเสียชีวิต แต่หากเราระมัดระวังแล้ว บางครั้งผู้อื่นประมาทก็ย่อมทำให้เกิดเหตุไม่คาดฝันกับเราได้

หากเกิดเหตุขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไร ให้เรามีหลักฐานว่าเราไม่ใช่คนผิด แต่ผู้ที่มาชนเราต่างหากที่เป็นคนกระทำผิดวินัยจราจร เพื่อให้เราสามารถฟ้องร้อง หรือแจ้งความดำเนินคดีต่อไปได้ หากเป็นสมัยก่อนคงต้องพึ่งกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ที่ถูกติดอยู่ตามแยก ตามถนนหนทางต่าง ๆ แต่หากโชคร้ายจุดเกิดเหตุนั้นไม่มีกล้องติดอยู่ ก็เป็นเหตุทำให้พลาดภาพเด็ดประกอบสำนวนฟ้องร้องเอาความผิดก็เป็นได้ แม้แต่ใจกลางกรุงเทพมหานคร เมืองที่ไม่เคยหลับ มีสีสันในทุกโมงยาม ก็ใช่ว่าจะสามารถหาภาพได้เช่นกัน

จะดีไหมหากคุณสามารถติดกล้องไว้สำหรับบันทึกภาพทุกเหตุการณ์บนรถของคุณเอง

ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้กล้องราคาที่แสนแพงในสมัยก่อน กลับมีราคาถูกลง คุณภาพดีเท่าเดิม หรือเผลอ ๆ จะคุณภาพดีกว่าเมื่อก่อน ยังมีขนาดที่เล็กลง สะดวกสบายในการพกพา และนำมาประยุกต์ใช้ในโอกาสต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับกล้องติดรถยนต์ ที่ย่อกล้องวีดีโอที่ใช้สำหรับการบันทึกภาพเคลื่อนไหวมาจำลองเป็นกล้องวงจรปิด ที่ไว้คอยบันทึกภาพหน้ารถยนต์ สำหรับไว้เป็นหลักฐาน หรือเป็นข้อชี้วัดว่า คุณขับรถไม่ผิดกฎจราจร หรือเป็นเครื่องมือในการเอาผิดผู้ที่มาทำให้คุณเดือดร้อนได้อีกด้วย

คุณสมบัติที่ดีของกล้องติดรถยนต์ สำหรับคนขับรถ

กล้องติดรถยนต์ควรมีความละเอียดภาพที่คมชัดในการบันทึกทั้งกลางวันและกลางคืน หากเหตุร้ายสามารถบันทึกภาพได้อย่างมีคุณภาพในสภาวะแสงน้อย มุมกล้องกว้างสามารถเก็บภาพหน้ารถให้ได้กว้างมากที่สุด สามารถบันทึกภาพได้นานโดยประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับความจุของเมมโมรีที่ใส่ในกล้องนั่นเอง รวมไปถึงบริการหลังการขาย และราคาที่เหมาะสม

เนื่องจากเทคโนโลยีที่ก้าวไกลทำให้มีฟังก์ชันต่าง ๆ เพิ่มจากเดิมมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น การบันทึกเสียง หน้าจอสำหรับเล่นภาพที่บันทึกได้ทันที ระบบป้องกันภาพสั่น แสดงวันที่ที่บันทึกภาพ สามารถเข้าดูไฟล์และดาวน์โหลดได้จากสมาร์ทโฟน มีระบบ GPS เผื่อกรณีที่ญาติหรือคนที่บ้านติดต่อไม่ได้ อยากรู้ว่าอยู่จุดใด สามารถตรวจสอบผ่านกล้องติดรถยนต์นี้ได้

ภัยอันตรายใกล้ตัวมีมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่อุบัติเหตุที่เกิดจากรถยนต์บนท้องถนนเท่านั้น ก็มีไม่น้อยที่จอดรถติดอยู่ที่ไฟแดง แต่มีโจรมาปล้นทรัพย์ได้ หากมีกล้องติดรถยนต์ติดรถไว้ ย่อมเป็นตัวช่วยให้โจรไม่กล้าเข้ามาทำอันตรายได้ กลัวที่จะถูกบันทึกภาพและนำไปดำเนินคดีได้ในนั่นเอง

 

สังคมสี่เหลี่ยม กับปัญหาสุขภาพของคนที่ติดมือถือ

                การต้องพกโทรศัพท์ไปด้วยตลอดเวลา ต้องโพสข้อความทุก ๆ 10 นาที ต้องการขอกำลังใจจากชาวโซเชียลอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ส่งข้อความแทนการเดินเข้าไปพูดคุย รู้ดีเมื่อโทรศัพท์มีแจ้งเตือนตลอดเวลา สบตาผู้คนน้อยลง พกโทรศัพท์เข้าห้องน้ำด้วยแม้นว่าจะไปอาบน้ำก็ตาม หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ นั้นหมายถึงว่าคุณติดโทรศัพท์มือถือมากจนเกินไป จนขาดการเข้าสังคมเสีย และกำลังจะสูญเสียสุขภาพสายตาแล้ว

หากสิ่งไหนที่มากเกินไปย่องเกิดผลร้ายต่อตัวคุณเสมอ การที่ติดโทรศัพท์มากจนเกินไปมีผลเสียหลักต่อหน้าที่การงานของคุณอย่างแน่นอน หากอยู่ในวัยเรียนจะทำให้ผลการเรียนออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ไม่มีสมาธิอยู่กับบทเรียน อยู่กับหนังสือที่จะต้องอ่าน หากอยู่ในวัยทำงานจะส่งผลทำให้งานไม่เสร็จ ส่งงานไม่ทันตามกำหนดเวลา เจ้านายดุ เผลอ ๆ อาจจะถึงขั้นโดนไล่ออกก็เป็นได้ และกับร่างกายของคุณก็จะมีผลเสียไปด้วย

มองจอมากเกินไปสุขภาพจะเสียได้

ในการใช้โทรศัพท์มือถือในการท่องโซเชียลต่าง ๆ หรือในการเล่นเกม มักจะต้องใช้สายตาในการจดจ่อ เพ่งมองในสิ่งที่เราสนใจ นั้นทำให้ดวงตาอาจมีปัญหาได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บตา ตาล้า ตาช้ำ ตาแดง เนื่องจากถือมือถือไม่ได้อยู่ในระดับสายตาที่เหมาะสม หรือความสว่างหน้าจอไม่เหมาะสม รวมไปถึงอันตรายจากแสงสีฟ้าที่ได้รับจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือนั้นเอง

อีกทั้งยังมีอาการทางกล้ามเนื้อหลัง หรือกระดูกสันหลัง เนื่องจากท่านั่งและถือโทรศัพท์มือถือ ส่วนใหญ่แล้วจะนั่งกันไม่ถูกท่า จนทำให้ปวดบ่า ปวดหลัง ปวดเอว และอาจส่งผลในระยะยาวจนทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมได้ในอนาคตหากนั่งผิดท่าต่อไป

ยังมีประเด็นในเรื่องของนิ้ว ที่ใช้ในการกด ๆ จิ้ม ๆ ปุ่ม หรือแป้นพิมพ์ ที่อาจจะเกิดอาการนิ้วล็อก หรือนิ้วค้างได้ เพราะการเคลื่อนไหวนิ้วที่อยู่ในบริเวณที่จำกัด ท่าที่จำกัดอยู่บริเวณหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เท่านั้น

นักวิจัยได้ค้นคว้าวิจัยมาแล้วว่า โทรศัพท์มือถือจะปล่อยคลื่นออกมาทำร้ายสมองของเราได้หาก โทรศัพท์อยู่ใกล้บริเวณหัวมากกว่าระยะ 1 เมตร นั้นหมายความว่าถ้าเราใช้โทรศัพท์ตลอดเวลา หรือนอนข้าง ๆ โทรศัพท์มือถือ คลื่นไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือก็จะทำร้ายสมองของเราอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

การดูแลร่างกายและการใช้โทรศัพท์ให้ถูกต้อง

หากมีดวงตาเริ่มมีปัญหาจากการใช้โทรศัพท์มือถือมากจนเกินไป ควรหันมาดูแลสุขภาพร่างกายโดยการปะคบเย็นรอบ ๆ ดวงตา และแบ่งเวลาพักผ่อนให้ดวงตาโดยการนอนพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 7 ชั่วโมง หากปวดหลังควรยืดเส้นยืดสายด้วยการออกกำลังกาย

ส่วนการใช้โทรศัพท์มือถือให้ถูกต้อง ไม่ควรนำโทรศัพท์มาแนบหูนานเกินไป ควรใช้หูฟังแทนการแนบหูกับโทรศัพท์โดยตรง หากต้องการใช้โทรศัพท์เป็นนาฬิกาปลุกในแต่ละวัน หรือกลัวมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน ควรวางห่างจากตัว หรือวางไว้บนโต๊ะทำงานข้างเตียง แทนการวางไว้บนที่นอน หรือวางไว้ใต้หมอนนั่นเอง

โทรศัพท์มีทั้งประโยชน์และโทษในสิ่งเดียวกัน หากเราใช้ให้ถูกวิธีเราก็จะได้ประโยชน์จากโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ แต่หากใช้มากจนเกินไปนอกจากจะทำร้ายสุขภาพแล้ว ยังทำให้เกิดผลเสียต่าง ๆ มากมายตามมากับเราอีกด้วย ไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรเนื่องจากไปจดจ่อมากจนเกินไปจนสุญเสียยังคมรอข้างแล้วยังเสียสุขภาพอีกด้วย

 

ภาษาไทยโบราณ ตามรอยละครบุพเพสันนิวาส ที่แม้แต่คนไทยยังไม่รู้

                ละครบุพเพสันนิวาสถือเป็นละครย้อนยุค คอมมาดี้ เรื่องเด่นเรื่องดังในยุค ที่เป็นเรื่องราวข้ามภพข้ามชาติ ไปยังยุคพระนารายณ์มหาราช สมัยอยุธยา ที่เนื้อหาเข้มข้น กระชับ เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ง่าย ทำให้ได้เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ไทย เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทย – ฝรั่งเศส ยังรวมไปถึงประวัติของบุคคลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น พระนารายณ์มหาราช หลวงสุรสาคร ออกญาโหราธิบดี ท้าวทองกีบม้า เป็นต้น
ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่ละครดังถูกนำกลับมาฉายใหม่ หลังจากที่ละครจบไปไม่นาน และออกอากาศอยู่ในปัจจุบัน (พฤษภาคม 2561) หากใครยังไม่เคยดูในครั้งแรก วันนี้เราเลยขอนำคำไทยโบราณในละครมาให้รู้ก่อน จะได้ไม่งงกัน

ออเจ้า ตามจดหมายเหตุลาลูแบร์ ของชาวฝรั่งเศส ระบุว่าใช้เรียกแทนบุคคลที่ 3 ที่มีฐานะต่ำกว่า หรืออายุน้อยกว่า แต่หากระหว่างการจีบกันระหว่าง เกศสุรางค์กับคุณพี่หมื่นนั้น แรก ๆ ก่อนจะหวานกัน จะใช้คำแทนกันว่า ออเจ้า กับคุณหมื่นมาโดยตลอด แต่เมื่อปิ้งกัน จะปรับเปลี่ยนคำเรียกกันมาเป็น น้อง กับคุณพี่แทน

เว็จ หรือ ห้องน้ำในปัจจุบัน มีลักษณะเป็นส้วมหลุม ให้นั่งยอง ๆ มีไม้หรือหินพาดให้เหยียบระหว่างทำธุระ จะมีใช้เพียงคนในสังคมชั้นสูงเท่านั้น

เทื้อคาเรือน ใช้แทนกับหญิงสาวที่ไม่ได้แต่งงาน เมื่อถึงวัยที่จะต้องแต่งงานออกเรือนแล้ว หรือคำในปัจจุบันที่เรียกว่า สาวขึ้นคาน หรือสวยคานทองนั้นเอง

ม้ากระทืบโรง/หัวล่อดังม้าล่อ หรือ ม้าดีดกระโหลด คือการแสดงกิริยาไม่เรียบร้อย ไม่สมเป็นกุลสตรีไทย เดินไม่เรียบร้อย พูดจาเสียงดัง ทำตัวไม่น่ารักในสมัยก่อนจะถูกเอ็ดว่าม้ากระทืบโรงได้

ถูกเอ็ด/โดนเอ็ด หมายถึง การโดนดุ เมื่อทำอะไรซน ๆ แปลก ๆ หรือทำของเสียหายโดยไม่ระวัง จนผู้ใหญ่ดุ หรือพูดเตือน สั่งสอน

วาจาเชือดเชือน หมายถึง คำพูดที่พูดกระทบต่อจิตใจผู้ฟังทั้งทางตรงและทางอ้อม

ฟะรังคี หมายถึงชาวต่างชาติ หรือคำว่า ฝรั่งในปัจจุบัน

ชะม้ายชายตา หมายถึง กิริยาการอมยิ้มเอียงอาย ส่งสายตายโปรยเสน่ห์ให้ผู้ชาย

5 บาท 10 บาท ในสมัยก่อนใช้แทนการบอกเวลา 5 บาทหมายถึง ครึ่งชั่วโมง 10 บาทหมายถึง 1 ชั่วโมง

เพลาชาย หมายถึงช่วงเวลาบ่ายโมงตรง

ลางที หมายถึง บางที บางครั้ง

สาวหาว หมายถึงหาบคาย โอหัง วาจาก้าวร้าวกับผู้ใหญ่

จิตวิปลาส หมายถึง การกระทำที่ผิดแปลก หรือในสมัยนี้ถูกแทนด้วยคำว่า บ้า นั่นเอง

อึกตะปือนัง หมายความว่า เยอะ ล้นหลาม หรือจำนวนมาก

เสาะท้อง หมายถึง อาการท้องร่วงหรือท้องเสีย

ทะเวน หมายถึง เดินทางไปทั่ว ๆ หรือตระเวน

สู่รู้ หมายถึง การอวดรู้ ทำเป็นรู้เรื่องราวต่าง ๆ แต่ความจริงแล้วไม่รู้เรื่องดังกล่าวเลย

แชเชือน หมายถึง การพูดจาแชเชือน ไม่ตรงกับความเป็นจริง กลับไปกลับมา หรือในปัจจุบันแทนว่า การแถ

ภาษาไทยในแต่ละยุคแต่ละสมัยจะมีเอกลักษณ์ เสน่ห์เป็นของตัวเอง และสามารถสังเกตได้ว่า ภาษาไทยของเรานั้นมีวิวัฒนาการทางภาษามาในทุกยุคทุกสมัย รับอิทธิพลจากภาษาตะวันตก ภาษาพื้นบ้านบ้าง แม้แต่ภาษาเพื่อนบ้านเราก็ยังมี แต่ไม่ว่าจะในยุคไหน ๆ ภาษาถือเป็นสิ่งสวยงาม และช่วยให้เราสื่อสารได้เข้าใจกันนั่นเอง

 

เงินดิจิตอล ค่าเงินยุคใหม่ ที่คนไทยกำลังตื่นกระแส

เงินดิจิตอลคือค่าเงินที่ไม่มีหน่วยงานใด ๆ เข้ามากำกับดูแล กำหนดมูลค่าตายตัว มีมูลค่าขึ้นลงตามการซื้อขาย หรือเรียกง่าย ๆ ว่าตามความต้องการในตลาด ซึ่งแตกต่างกับค่าเงินในปัจจุบัน เช่น ค่าเงินบาทถูกควบคุมค่าเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

เงินดิจิตอลถูกคิดค้นขึ้นสกุลแรกคือ Bitcoin

                Bitcoin ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2552 โดยนักพัฒนาชาวญี่ปุ่น ใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakkamoto ใช้ SHA-256 เป็นเครื่องมือในการเข้ารหัสสกุลเงินเอาไว้ และเมื่อมีคนขุดพบก็สามารถนำ Bitcoin ที่ได้ไปใช้ทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้

หากจะยกตัวอย่างง่ายๆ  คือ นาย Satoshi ได้ตั้งโจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนเอาไว้มาก ๆ ด้วยใช้เครื่อง SHA-256 เป็นอุปกรณ์ในการสร้างโจทย์ (คอมพิวเตอร์ประมวลผลและคิดโจทย์ได้รอบครอบกว่ามนุษย์แต่ นาย Satoshi เป็นคนกำหนดรูปแบบเบื้องต้นของโจทย์) และเมื่อได้โจทย์แล้วก็ปล่อยให้ผู้ที่สนใจเข้ามาแก้ไขโจทย์ หากแก้โจทย์ได้ก็จะได้รับ Bitcoin นั้น ๆ ไปใช้เหมือนสกุลเงินทั่วไปบนโลกออนไลน์

โดย Bitcoin ถูกผลิตขึ้นมาเพียง 21 ล้าน Bitcoin เท่านั้น โดยใน 1 Bitcoin ยังแบ่งย่อยเป็นอีก 100 ล้าน Satoshi อีกด้วย นั้นหมายความว่าในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ขึ้นมาหากได้โจทย์ง่ายอาจจะได้รับรางวัลเพียง 1 Satoshi ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ Bitcoin เท่านั้น

และหาก Bitcoin ถูกขุดหรือถูกแก้โจทย์ปัญหาจนหมดแล้วละก็ ต่อไปคือส่วนของการเทรด (Trade) เท่านั้น นั่นคือการซื้อขาย Bitcoin และราคาขึ้นลงตามราคาตลาดตามความต้องการที่มีมากหรือน้อย ไม่มีธนาคารกลางหรือคนกลางมาควบคุมมูลค่าของ Bitcoin แต่ถึงในปัจจุบันการขุดพบของ Bitcoin ยังไม่ครบทั้งหมด 21 ล้าน Bitcoin แต่ก็มีนักลงทุนส่วนมากที่ใช้การเทรด (Trade) เป็นการซื้อหรือเกร็งกำไรจากสกุลเงินดิจิตอลที่ชื่อว่า Bitcoin

เงินดิจิตอลในปัจจุบันมีหลายสกุล

เงินดิจิตอลในปัจจุบันมีหลากหลายสกุลเงินในปัจจุบันมากกว่า 20 สกุลเงิน แต่มีหลักการและวิธีการคล้าย ๆ กับ Bitcoin ทั้งหมด แตกต่างกันที่ผู้สร้าง รูปแบบการได้มา และมูลค่าความต้องการของตลาด เช่น Ethereum (ETH) เปิดตัวในปี 2014, Ripple (XRP) ที่ถูกเปิดตัวในปี 2014 เช่นเดียวกัน แต่มีความต่างจากสกุลเงินอื่น เนื่องจากไม่มีการขุดใด ๆ แต่อาศัยการเพิ่มมูลค่าด้วยการเทรดเท่านั้น

การใช้หรือการจัดเก็บสกุลเงินดิจิตอล

หากคุณมีเงิน 10,000 บาท คุณต้องการนำไปฝากธนาคาร คุณต้องมีสมุดเงินฝาก และนำเงินจำนวน 10,000 บาทไปธนาคารพร้อมกับสมุดเงินฝาก เพื่อนำเงินเข้าบัญชีของคุณ ทางธนาคารจะลงบันทึกว่าในบัญชีของคุณมีเงินจำนวน 10,000 บาท

ในทางกลับกันสกุลเงินดิจิตอลจะเปิดให้คุณสามารถสร้าง Address หรือเลขที่บัญชีของคุณ ได้ผ่านทางหน่วยงานกลางที่คุณไว้วางใจจะเข้าไปเปิดกระเป๋าเงินไว้กับเขา หน่วยงานกลางเปรียบเสมือนธนาคารในโลกแห่งดิจิตอลนั่นเอง

เมื่อคุณมีเลขที่บัญชีหรือ Address เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถโอนเงินสกุลปัจจุบันของคุณ (เงินบาท) เข้าไปยังสกุลเงินดิจิตอลของคุณได้ โดยผ่านการซื้อในรูปแบบของการเทรด เพื่อให้ได้สกุลเงินดิจิตอลเข้ามาในบัญชีของคุณ และเมื่อคุณต้องการซื้อของด้วยสกุลเงินดิจิตอล เพียงแค่คุณเลือก Address  หรือเลขบัญชีดิจิตอลปลายทาง ก็สามารถโอนเงินค่าของไปยังปลายทางได้แล้วนั่นเอง

สกุลเงินดิจิตอลเป็นเรื่องใหม่ที่ถูกคิดค้น และพัฒนามาตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามทุกการลงทุนคือความเสี่ยง ก่อนการตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้มั่นใจก่อนลงทุน แม้ว่าสกุลเงินดิจิตอลจะไม่ได้รับผลกระทบจากข่าวสารบ้านเมืองโดยตรง แต่มูลค่าของสกุลเงินนี้มีขึ้นและลงไม่แตกต่างกับสกุลเงินที่สามารถจับต้องได้ในปัจจุบัน