ลิเวอร์พลูกับแชมป์พรีเมียลีก ประวัติศาสตร์แห่งการรอคอยในรอบ 30 ปี

เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2020 ที่ผ่านมา แฟนบอลโดยเฉพาะบรรดาเดอะ ค็อป เกือบทุกมุมโลกได้ลุกขึ้นมาเฮละโลโห่ร้องไปพร้อมกันด้วยความดีใจ หลังผลการแข่งขันของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี ที่เป็นรองจ่าฝูง พ่ายแพ้ให้กับสโมสรเชลซี ด้วยสกอร์ 1-2 ประตู ส่งผลให้ลิเวอร์พูลที่มีสถานะเป็นจ่าฝูงผงาดเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในฤดูกาล 2019/2020 ทันที

สิ้นสุดการรอคอยที่ยาวนาน 30 ปี

เมื่อขึ้นเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก หลังจากที่ลิเวอร์พูลรอคอยวันนี้มายาวนานถึง 30 ปี ตั้งแต่ปี 1990 ทำให้ทีมหงส์แดงทำสถิติการความแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษจำนวนสมัยมากที่สุดเป็นอันดับ 2 นั่นคือ 19 สมัย เป็นรองเพียงสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่มีสถิติครองแชมป์มา 20 สมัย ด้วยการรอคอยด้วยความอดทนอันแสนยาวนานของบรรดาแฟนบอลของลิเวอร์พูล จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ในวินาทีที่ผลออกมาว่าทีมอันเป็นที่รักได้ครองถ้วยรางวัลประวัติศาสตร์นี้ เหล่าบรรดาแฟนบอลต่างออกมาตะโกนโห่ร้องไปตามท้องถนนให้สมกับการรอคอย

การหลั่งไหล่ของผู้คนมากมายเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส แต่ก็ไม่ได้ทำให้แฟนบอลผู้มีความฮึกเหิมในหัวใจกลัวเกรงแม้แต่น้อย เพียงเวลาไม่นานบนถนนที่เคยเงียบสงัดก็ปรากฏธงที่มีสัญลักษณ์ของสโมสรโบกไปมาทั้งจากผู้คนที่อยู่บนพื้นถนน รวมไปถึงจากระเบียงและหน้าต่างบ้านเรือน มีการใช้พลุและดอกไม้ไฟจุดเพื่อแสดงความยินดีไปตามท้องถนน แน่นอนว่าจุดมุ่งหมายของการเฉลิมฉลองนั้นต้องอยู่ที่สนามแอนฟีลด์

บรรดาแฟนบอลหลายร้อยคนได้ปลดปล่อยความอัดอั้นจากมาตรการห้ามเข้าสนามของรัฐบาล ที่พยายามป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ทำให้เมื่อมีโอกาสได้ฉลองแชมป์ในรอบ 30 ปี ก็แทบจะไม่มีใครอยากพลาดการเป็นส่วนหนี่งของช่วงเวลาประวัติศาสตร์ไป แต่ก็เกือบเป็นเรื่องราวใหญ่โตเมื่อการฉลองในคืนที่ 2 แฟนหงส์แดงที่คึกเกินเหตุก็เกือบทำให้เกิดไฟไหม้ที่ตึกไลเวอร์ จนนายกเทศมนตรีของเมืองลิเวอร์พูลต้องออกมาขอร้องบรรดาแฟนบอลให้กลับบ้านเพื่อความปลอดภัย

การฉลองที่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ประเทศอังกฤษ

เพียงข้ามคืนการครองแชมป์ครั้งประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูดก็ได้สร้างปรากฏการณ์การเฉลิมฉลองแสดงความยินดีจากบรรดาแฟนบอลทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้า เพราะบรรดาแฟนบอลของลิเวอร์พูลก็แสดงความดีใจกัน ในแบบที่มีการจัดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่อลังการเพื่อประกาศศักดาของทีมฟุตบอลที่รักมาอย่างยาวนาน

คงจะเห็นแล้วว่าความยิ่งใหญ่ของลิเวอร์พูล ที่นอกจะเป็นสโมสรฟุตบอลที่โด่งดังแล้ว ก็ยังเป็นศูนย์รวมความสำเร็จและแรงบันดาลใจของใครหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะด้วยประวัติศาสตร์ของทีม หรือจากตัวนักเตะที่มักเป็นแรงผลักดันให้เยาวชนจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน และเชื่อว่าในอนาคตทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลก็ยังจะสร้างประวัติศาสตร์ให้ตัวเองไปอีกยาวนาน

จีนเดินหน้าเตรียมพร้อมจัดงานโอลิมปิก ฤดูหนาว ปักกิ่ง 2022

เป็นที่รับรู้โดยทั่วกันไปในวงการกีฬาอย่างแน่นอนแล้วว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฤดูร้อน โตเกียวเกมส์ 2020 ได้ถูกเลื่อนออกไปอีกหนึ่งปี สาเหตุจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 2019 แต่ในอีกมุมหนึ่งของวงการกีฬาจะเห็นว่าประเทศจีนที่อาสาเข้ามาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 24 ที่จะถูกจัดขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน หรือเรียกว่า ปักกิ่งเกมส์ 2022 ประเทศจีนได้มีการแสดงออกถึงความพร้อมอย่างต่อเนื่อง

จีนให้เวลาแสดงศักยภาพความพร้อมในการจัดการแข่งขันกีฬารายการนี้มาเป็นเวลานานตั้งแต่ได้รับภารกิจจัดการแข่งขัน จะเห็นได้จากการเริ่มรายงานแสดงความพร้อมไปยังคณะกรรมการโอลิมปิกนานาชาติ หรือ IOC ในช่วงปี 2016 การเปิดตัวสัญลักษณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน “Winter Dream” หรือ “ฝันแห่งฤดูหนาว” เมื่อปี 2017 จนถึงปัจจุบันทางคณะกรรมการจัดงานโอลิมปิกของประเทศจีน ก็ยังคงประชาสัมพันธ์การจัดงานอย่างต่อเนื่อง

การประชุมทางไกลท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19

ในเดือนเมษายน 2020 คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ หรือ National Olympic Committee (NOC)ได้มีการจัดกิจกรรม NOC Open Day ครั้งที่ 2 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด 19 ทำให้การประชุมในครั้งนี้ เป็นการประชุมกันผ่านวีดีโอออนไลน์ ซึ่งมีผู้แทนจาก IOC จำนวน 67 คน และ NOC จำนวน 45 คน โดยมีผู้แทนจากการแข่งขันโตเกียว 2020 และปารีส 2024 เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

นับตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทางผู้จัดงานปักกิ่ง 2020 ได้มีการเตรียมความพร้อมด้านการแข่งขันไปพร้อมกับการเสริมมาตรการป้องกันและควบคุมโรคระบาด จะเริ่มเห็นได้จากการประชุม NOC Open Day ครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นในรูปแบบของการประชุมผ่านวีดีโอออนไลน์ ก็เพื่อป้องกันความปลอดภัยและสุขภาพของผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน ทั้งนี้ในการประชุมทางจีนยังเน้นเรื่องเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการสื่อสาร เพื่อให้แน่ใจว่าการประชุมจะมีความราบรื่นและเข้าใจจุดประสงค์ที่ตรงกัน จึงได้มีการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์แบบพิเศษสำหรับผู้เข้าประชุมที่อยู่ในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ

ประเทศจีนได้มีการรายงานความคืบหน้าในการเตรียมงานอย่างจริงจังและเสนอมาตรการการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเข้มงวดต่อคณะกรรมการโอลิมปิกนานาชาติ ตลอดจนได้มีการผลักดันให้มีการเตรียมการแข่งขันโอลิมปิกด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพและมีระเบียบแบบแผน ทำให้ผู้แทนของ NOC จำนวนหนึ่งได้แสดงความของคุณต่อความพยายามของประเทศจีนครั้งนี้ รวมถึงผู้แทนจากการแข่งขันโตเกียว 2020 และปารีส 2024 ก็ได้รวมศึกษาข้อมูลเพื่อไปพัฒนากับการจัดกิจกรรมของตัวเองอีกด้วย

ความตั้งใจของประเทศจีนสำหรับการจัดการแข่งขันโอลิมปิก ฤดูหนาว 2020 ในครั้งนี้ ยังมีเวลาให้เจ้าภาพได้เตรียมตัวอีกกว่า 2 ปี ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เหล่านักกีฬาผู้ที่หมั่นฝึกซ้อมจะได้ระเบิดพลัง รวมถึงมวลมนุษยชาติก็จะได้รับชมมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่สมการรอคอย

การกลับมาของ MotoGP หลังเผชิญภาวะโควิด 19

MotoGP ได้ฤกษ์ประกาศตารางการแข่งขันใหม่อีกครั้ง หลังจากได้รับการแก้ไขตารางการแข่งขันสำหรับฤดูกาล 2020 ซึ่งจะมีการแข่งขันทั้งสิ้น 17 รอบในยุโรปและอีก 4 ประเทศที่รอการยืนยัน โดยจะเริ่มการแข่งขันได้ตั้งแต่ 19 กรกฎาคม 2020 เป็นต้นไป

เรียกความพร้อมของนักแข่งด้วยตารางการแข็งขันที่อัดแน่น

ฤดูกาลใหม่ของ MotoGP นี้จะเริ่มต้นขึ้นที่ Circuito de Jerez – Angel Nieto ในสเปน ไปพร้อมกับ Gran Premio Red Bull de España ไปด้วย ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2020 และ Gran Premio Red Bull de Andalucía ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2020 หลังจากหยุดในช่วงสุดสัปดาห์ จะมีการย้ายไปสู่สาธารณรัฐเช็ก เพื่อทำการแข่งขัน Monster Energy Grand Prix ceské republiky ที่เบอร์โน (Brno) ก่อนจะเป็นรายการ my World Motorrad Grand Prix von Österreich และ Grand Prix von Styria ที่ Red Bull Ring ในออสเตรีย ซึ่งทุกรายการที่จะแข่งขันทั้งหมดนี้ มีกำหนดจัดขึ้นให้แล้วเสร็จในเวลาเพียงสามสัปดาห์

ในสามสัปดาห์ต่อมา he Misano World Circuit Marco Simoncelli จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งรายการ Gran Premio di San Marino และ Della Riviera di Rimini และ Gran Premio di Emilia Romagna และ Della Riviera di Rimini รอบหกและเจ็ดของ MotoGP อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาจะเป็นการแข่งขัน Gran Premi Monster Energy de Catalunya ที่ Circuit de Barcelona – Catalunya

สำหรับในวันที่ 11 ตุลาคม 2020 MotoGP จะมุ่งหน้าสู่ฝรั่งเศสด้วยการจัดการแข่งขัน SHARK Helmets Grand Prix de France ที่ Le Mans ในส่วนที่สองของฤดูกาลจะเกิดขึ้นในอารากอน ran Premio Michelin® de Aragónและ Gran Premio de Terue หลังจากนั้นสองสัปดาห์ จะมีการแข่งขันรอบรองในสองรอบสุดท้ายของยุโรป ในสนาม  Circuit Ricardo Tormo โดยมี European Grand Prix เกิดขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายนและ Gran Premio Motul de la Comunitat Valenciana จะเกิดขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน

มาตรการรองรับสถานการณ์โควิด 19 ของผู้จัดการแข่งขัน

มาตรการการรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 สำหรับการแข่งขัน MotoGP นั้น Dorna Carmela Ezpeleta ผู้บริหารระดับสูงของ MotoGP กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้นับเป็นการแข่งขันที่โดดเดี่ยวมากที่สุด บรรดานักแข่งชั้นนำ รวมถึงทีมงานที่เกี่ยวข้องจะถูกจำกัดพื้นที่ในสนามและโรงแรมอย่างเข้มงวดมาก ซึ่งจะจำกัดจำนวนคนที่เข้าร่วมจะไม่เกิน 1,300 คน หากสถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้นในภายหลัง ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้

บรรดานักแข่งและทีมจะได้รับการดูแล ปกป้องจากโลกภายนอก เพราะจะไม่มีผู้ชมหรือกองทัพสื่อเข้าไปมีส่วนร่วมอยู่ภายในสนามแข่งขัน แต่จะมีการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์โดยใช้เจ้าหน้าที่จำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับการแข่งขันที่ผ่านมา สำหรับบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทั้งหมดจะต้องได้รับการตรวจคัดกรองไวรัสโควิด 19 ล่วงหน้า เป็นเวลาอย่างน้อย 4 วัน ก่อนถึงวันที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ถึงแม้การกลับมาแข่งขัน MotoGP ในปี 2020 นี้ แฟนนักแข่งอาจจะผิดหวังกับการที่ไม่ได้เข้าไปนั่งลุ่นกันแบบติดขอบสนาม แต่ก็ถือเป็นโชคดีที่การแข่งขันยังสามารถดำเนินต่อไปและคงเป็นการแข่งขันที่ช่วยผ่อนคลายภาวะตึงเครียดจากสถานการณ์ปัจจุบันลงได้บ้าง

การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยน บีช ต้องถูกยกเลิกเพราะพิษโควิด 19

การแข่งขันกีฬา เอเชี่ยน บีช (Asian Beach Games) ครั้งที่ 6 ที่มีกำหนดจัดขึ้นที่เมืองซานย่า ประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 6 ธันวาคม 2020 มีอันต้องถูกยกเลิกโดยการตัดสินใจของรัฐบาลจีน โดยพิจารณาให้เลื่อนจัดการแข่งขันออกไป ซึ่งไม่ใช่แค่การแข่งขันรายการเอเชี่ยน บีชเท่านั้น แต่การแข่งขันอีกหลายรายการที่มีกำหนดจัดในปี 2020 ก็ถูกยกเลิกกิจกรรมด้วยเช่นกัน

จีนยกเลิกทั้งที่เตรียมพร้อมเกือบ 100 % เพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมงาน

สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) และ คณะกรรมการโอลิมปิกของจีน รวมถึงคณะกรรมการจัดงาน Sanya Asian Beach ได้มีการติดต่อประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรึกษาหารือเพื่อกำหนดวันแข่งขันกีฬาใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้การตัดสินใจยกเลิกการจัดงานในปี 2020 ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานทุกคน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19

สำหรับเมืองซานย่านั้น ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะไหหลำในประเทศจีน มีธรรมชาติที่สวยงามจนได้ชื่อว่า “ไข่มุกแห่งทะเลจีนใต้” และรับบทเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน เอเชี่ยน บีช ครั้งที่ 6 ต่อจากบาหลีเมื่อปี 2008 หากมีการแข่งขันเกิดขึ้น จะมีนักกีฬามากกว่า 2,000 คน จากกว่า 40 ประเทศ ที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกีฬาครั้งนี้ มีการแข่งขันกีฬาทั้งสิ้น 19 ประเภทกีฬา รวมถึงกีฬาบาสเกตบอล 3×3, แฮนด์บอลชายหาด, แข่งพายเรือมังกร และเท็กบอล (Teqball)

ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด 19 ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี 2020 หลังการต่อสู้กับโรคร้ายกว่าสองเดือน สถานการณ์ในประเทศจีนก็เริ่มดีขึ้น และมีหลักฐานว่าเมืองซานย่า ซึ่งรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬา เอเชี่ยน บีช ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันมากกว่า 25 วัน เมื่อเทียบกันกับในช่วงเวลาที่ผ่านมา เมืองซานย่ามีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยัน จำนวน 54 ราย เสียชีวิต 1 ราย หายจากโรค 53 ราย

ก่อนจะมีการตัดสินใจเลื่อนกำหนดการแข่งขันกีฬา เอเชี่ยน บีช ครั้งที่ 6 ออกไปนั้น ในเดือนมิถุนายน 2020 ที่ผ่านมา คณะกรรมการจัดงานได้มีการเปิดเผยลักษณะของเหรียญรางวัลที่จะมอบให้ผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งด้านหน้าของเหรียญประกอบด้วยสองส่วน โดยส่วนแรกเป็นรูปวงกลมที่แสดงความหมายถึงดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ในขณะที่ส่วนที่สองมีการตกแต่งเหรียญในส่วนที่เหลือด้วยวิวทิวทัศน์ธรรมชาติของเมืองซานย่า ในด้านหลังของเหรียญมีโลโก้ของ OCA ซึ่งเน้นให้โดดเด่นด้วยมังกร เหยี่ยวและดวงอาทิตย์ที่ส่องประกาย เจิดจรัส และด้านข้างของเหรียญมีการสร้างความสะดุดตาด้วยวลี “ยินดีต้อนรับสู่ Tianya Haijiao”

จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพกีฬาของประเทศจีนนั้น ได้มีการเตรียมตัวด้วยความขยันขันแข่งอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่มีอันต้องยกเลิกการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นเกือบทั้งหมด เพราะทางเจ้าภาพคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้มาเยือนประเทศจีน ทั้งนี้เสียงตอบรับที่จีนได้รับก็ยังเป็นการแสดงความเห็นด้วยจากหลาย ๆ ฝ่าย เนื่องจากเล็งเห็นแล้วว่ายังไม่มีการควบคุมการแพร่ของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้อย่างหมดจดร้อยเปอร์เซ็นต์

โตเกียวไม่หยุด แม้จะเลื่อนจัดงานโอลิมปิก 2020

หลังจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน หรือโตเกียวเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพนั้น ได้ถูกเลื่อนการจัดออกไปอย่างเป็นทางการ ทางผู้จัดงานยังคงแสดงความตั้งใจเกี่ยวกับการเตรียมงานต่อไป ซึ่งในปัจจุบันก็อยู่ระหว่างการดำเนินงานเพื่อรักษาความปลอดภัยสถานที่จัดงานเอาไว้สำหรับการจัดงานในปี 2021

ยังคงดูแลสถานที่จัดงานให้เป็นไปตามแผนที่จัดไว้ เพื่อความพร้อมในอนาคต

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียวนั้น จะมีการใช้สถานที่ทั้งหมดดังที่มีการวางแผนไว้แล้วสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน ก่อนที่จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ จนทำให้ต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปเป็นเวลาหนึ่งปี ซึ่งนอกจากสถานที่จัดการแข่งขันต่าง ๆ จะได้รับการบำรุงรักษาต่อไป ในส่วนของตารางการแข่งขันก็จะยังคงไว้ตามตารางเดิมของแต่ละเกมส์การแข่งขันอีกด้วย

ผู้จัดงานท้องถิ่นให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฤดูร้อน 2021 สนามแรกที่จะใช้ในการเปิดการแข่งขันก็คือสนามกีฬาซอฟต์บอล ในจังหวัดฟูกูชิม่า ซึ่งแข่งขันล่วงหน้าสองวันก่อนพิธีเปิดการแข่งขัน ผู้บริหารท้องถิ่นวางแผนที่จะรายงานการประชุมต่อที่ประชุมสมัชชา คณะกรรมการโอลิมปิกสากล เกี่ยวกับการใช้สถานที่จัดงานที่กลายเป็นจุดสำคัญ และแสดงศักยภาพของเจ้าภาพสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ถูกกำหนดขึ้นใหม่ในปี 2021

ทั้งนี้ทางผู้จัดงานยังได้ลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการที่มีมากกว่า 80 % ของสถานที่จัดงานโอลิมปิก รวมถึงผู้ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับหมู่บ้านนักกีฬาด้วย

หมู่บ้านนักกีฬาที่สร้างในแบบไม้ญี่ปุ่นดั้งเดิม จะถูกรื้อเมื่อใช้งานเสร็จสิ้น

สำหรับหมู่บ้านนักกีฬานั้น ถูกสร้างด้วยวัสดุที่เป็นไม้แบบญี่ปุ่นดังเดิม เมื่อการแข่งขันมีความจำเป็นต้องเลื่อนออกไปเป็นระยะเวลาหนึ่งปี ทำให้เดอะ วิลเลจ พลาซ่า ซึ่งทำหน้าที่เป็นสถานที่สำคัญของหมู่บ้านนักกีฬาในระหว่างการแข่งขันกีฬาโตเกียวเกมส์

ไม้ที่ใช้ในการสร้างโครงสร้างได้รับบริจาคโดยเทศบาล 63 แห่งทั่วประเทศ ตั้งอยู่ที่ Chuo Ward ในกรุงโตเกียวและจะเป็นสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมเพื่อต้อนรับเหล่านักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้อง ด้านในของอาคารจะมีกลิ่นหอมของซีดาร์และไซเปรสเล็ดลอดออกมาจากผนังเรียบและเสาที่เป็นแกนของอาคาร เสาแต่ละต้นทำจากไม้สามชั้นของไม้ไผ่ด้านบนและมีน้ำเย็นไหลผ่านท่อในโครงสร้าง ยังมีการจารึกไว้บนไม้เกือบ 1,300 ลูกบาศก์เมตรเกือบทั้งหมด เป็นชื่อของหมู่บ้านพื้นเมืองหรือจังหวัดที่ทำการร่วมบริจาคทุนในการก่อสร้าง ซึ่งเดอะ วิลเลจ พลาซ่า ที่ทางเจ้าภาพทุ่มงบประมาณไปเกือบ 24 พันล้านเยนนั้น ก็เพื่อให้สถานที่แห่งนี้ประกอบไปด้วยคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ภายในคราคร่ำไปด้วยศูนย์การสื่อสารของสื่อมวลชน เลานจ์อินเทอร์เน็ตและร้านทำผม, ตู้ ATM, บริการซักแห้ง และที่ทำการไปรษณีย์ การเตรียมการทั้งหมดนี้ก็เพื่อนักกีฬา สต๊าฟโค้ช รวมถึงสื่อมวลชน 2,000 กว่าคนเท่านั้นที่สามารถเข้าใช้บริการได้

แต่เดิมทางผู้จัดงานได้มีแผนรื้อถอนหลังจากจบการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ไม้จะถูกส่งไปยังเทศบาลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์กับชุมชม อย่างเช่น การใช้ทำม้านั่งในสวนสาธารณะหรือเฟอร์นิเจอร์สำหรับโรงเรียนในท้องถิ่น แต่เพราะการแข่งขันถูกเลื่อนออกไปอีกหนึ่งปี ทางเทศบาลจึงยังมั่นคงต่อการทำหน้าที่บำรุงรักษาหมู่บ้านนักกีฬาให้มีสภาพดีเพื่อต้อนรับผู้ร่วมงานอีกครั้งในปี 2021

บอสตันมาราธอนถูกยกเลิกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 124 ปีเนื่องจากไวรัสโควิด 19

เป็นที่เข้าใจกันดีว่าตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้การแข่งขันกีฬาที่มีกำหนดจัดขึ้นในปี 2020 เป็นอันต้องถูกเลื่อนหรือถูกยกเลิกไปในหลายประเทศ หนึ่งในกีฬาที่ผู้เข้าร่วมตั้งตารอนั่นก็คือ “บอสตัน มาราธอน” ที่เป็นการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่ได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั่วโลก ก็ถูกยกเลิกการแข่งขันด้วยเช่นเดียวกัน

ยกเลิกการวิ่งครั้งแรกในรอบ 124 ปี

ผู้จัดงานได้ประกาศยกเลิกกิจกรรมการแข่งขันวิ่งบอสตันมาราธอนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 124 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่มีการปะทุของภูเขาไฟ ซึ่งปัจจุบันนั้นเป็นการผ่อนปรนตามข้อกำหนดเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโคโรน่าไวรัส

การแข่งขันที่มีผู้ร่วมแข่งขันกว่า 30,000 คนนั้นถูกเลื่อนออกไปจากวันที่ 20 เมษายน ถึง 14 กันยายน จะถูกแทนที่ด้วยเหตุการณ์ที่ผู้ต้องการเข้าร่วมต้องแสดงตัวว่าวิ่งได้ไกล 26.2 ไมล์ (42.2 กิโลเมตร) ด้วยตัวเอง ถึงจะได้เหรียญรางวัลชนะเลิศ

นายกเทศมนตรีเมืองบอสตันมาร์ตี้ วอลซ์ได้ออกมากล่าวว่า “นี่เป็นความท้ายทายอย่างหนึ่งเพียงเท่านั้น แต่การพบกับความท้าทายที่ยากลำบากคือสิ่งที่บอสตันมาราธอนกำลังเผชิญ” วอลซ์กล่าวถึงการตอบสนองต่อเหตุระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อ 7 ปีที่แล้วว่า “นี่นับเป็นภาพแทนความยืดหยุ่นของเมืองและเครือจักรภพของเรา ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะขุดรากลึกลงไปเหมือนนักวิ่งมาราธอนอย่างที่เราทำในปี 2013 และรักษาจิตวิญญาณเหล่านั้นให้มีชีวิต”

แม้ว่าความขึ้นชื่อของบอสตันมาราทอนจะแข่งขันกันโดยมีนักกีฬายอดเยี่ยมเป็นจำนวนน้อย แต่ในสนามก็มีนักวิ่งเพื่อการสันทนาการและวิ่งเพื่อการกุศลมากกว่า 30,000 คน โดยจะมีผู้คนนับหมื่นนับล้านเข้าแถวตลอดเส้นทางระหว่าง ฮอพกินส์ ถึง แบคเบย์ ของบอสตัน

จุดเริ่มต้นการวิ่งมาราธอนประจำปีที่ยาวนานที่สุดในโลก

เมื่อกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของการวิ่งมาราธอนประจำปีที่ยาวนานที่สุดในโลกนั้น เริ่มต้นขึ้นในปี 1897 เมื่อมีผู้ชาย 15 คนเข้ามาในเขตดินแดน Ashland และวิ่งมุ่งหน้าไปยันเมืองเพื่อรำลึกถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ครั้งแรก ในปี 1981 รูปแบบการวิ่งได้รับการแก้ไขในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

สำหรับการยกเลิกการแข่งขันที่นับเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ของการวิ่งมาราธอนก็คือการวางระเบิดในบอสตัน มาราธอนในปี 2013  เป็นการวางระเบิดที่เส้นชัย หลังจากผู้ชนะได้ผ่านเส้นชัยไปแล้วเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่ก็ยังมีนักวิ่งอีกมากที่ยังอยู่ใกล้ ๆ กับจุดวางระเบิด

ในด้านของทอม กริลค์ CEO ของสมาคมกีฬาบอสตันกล่าวว่าการแข่งขันก็ต้องปรับตัวเมื่ออุณหภูมิตามหลักสูตรเข้าหา 90 องศาฟาเรนไฮน์ (32 องศาเซลเซียส) ในปี 2012 เมื่อ 10 ปีที่แล้วเถ้าถ่านจากการปะทุของภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ ทำให้การเดินทางทางอากาศมีปัญหาและเพื่อป้องกันไม่ให้นักวิ่งชาวยุโรปจำนวนมากเดินทางมาบอสตัน

“จิตวิญญาณของบอสตันและจิตวิญญาณของบอสตันมาราธอนคือการเข้มแข็งและฉลาด เมื่อความจำเป็นผลักดันคุณไปในทิศทางที่คุณไม่ชอบ คุณต้องมีความแข็งแกร่งสติปัญญาและรับฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อทำสิ่งที่ถูกต้อง”

การที่บอสตันมาราธอนถูกยกเลิกนั้น ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งในอนาคตทางผู้จัดงานกำลังพิจารณาเวลาที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันในปี 2021 และบอสตันมาราธอนก็มีกำหนดการครบรอบ 125 ปีในวันที่ 18 เมษายน 2022  อีกด้วย

WWE จำใจปลดนักมวยปล้ำและพนักงานจำนวนมาก

ในช่วงเดือนเมษายน 2020 ได้มีข่าวที่สร้างความเจ็บปวดใจให้นักมวยปล้ำอาชีพ รวมไปถึงแฟนกีฬามวยปล้ำที่ติดตามการแข่งขัน เนื่องจากมีการประกาศจาก WWE (World Wrestling Entertainment) ในเรื่องการปลดนักมวยปล้ำ รวมถึงพนักงานบริษัทจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าตั้งแต่ต้นปี 2020

การปลดพนักงานครั้งนี้ มาจากการต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะที่ผ่านมา ทางสมาคม ไม่สามารถจัดการแสดงหรือสร้างรายได้เกี่ยวกับกีฬามวยปล้ำได้ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ WWE ถือเป็นธุรกิจที่สำคัญของรัฐฟลอริดา

ปลดแม้กระทั่งนักมวยปล้ำชื่อดัง

เมื่อนักมวยปล้ำ WWE ที่ได้รับข่าวร้ายว่าตัวเองนั้นดูปลดจากอาชีพเพื่อให้นายจ้างสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ต่างออกมาแสดงปฏิกิริยาผ่านโซเซียลมีเดียส่วนตัว มีทั้งการเห็นตัวและยังเคลือบแคลงสงสัยในการปลดพวกเขาเหล่านั้นออกจากสมาคม ซึ่งรายชื่อนักมวยปล้ำที่ถูกเปิดออกมาว่าได้ถูกปลดออกจากสังกัดมีจำนวนทั้งสิ้น 21 คน ไม่เว้นแม้แต่นักมวยปล้ำชื่อดังอย่าง Kurt Angle ก็ถูกให้ออกจากอาชีพในครั้งนี้ด้วย

21 นักมวยปล้ำที่ถูกปลดจาก WWE

  • Kurt Angle
  • Drake Maverick
  • Curt Hawkins
  • Karl Anderson
  • Heath Slater
  • Eric Young
  • EC3
  • Aiden English
  • Lio Rush
  • Sarah Logan
  • Epico
  •  Mike Kanellis
  • Maria Kanellis
  • Zack Ryder
  • No Way Jose
  • Mike Chioda
  • Primo
  • Rowan
  • Deonna Purrazzo
  • Aleksandar Jaksic
  • Rusev

ทาง WWE ได้กล่าวว่า “เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเขาจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในความพยายามในอนาคต” นอกจากการประกาศปลดทั้งนักมวยปล้ำ ทั้งพนักงานแล้ว WWE ยังแถลงว่าได้มีการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้วยการลดเงินเดือนของผู้บริหาร รวมถึงคณะกรรมการบริหาร ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการและชะลอการอนุมัติการก่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ WWE เป็นเวลาอย่างน้อยหกเดือนอีกด้วย

หลังจากนักมวยปล้ำที่ได้รับข่าวร้ายสิ่งที่พวกเขาทำได้คือการออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดียของตัวเอง เริ่มจาก เคิร์ท แองเกิล นักมวยปล้ำที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ได้โพสข้อความบนทวีตเตอร์ส่วนตัวถึงอดีตต้นสังกัดว่า “ผมอยากขอบคุณไปถึง WWE สำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น และได้มีโอกาสทำงานร่วมกับคนเก่ง ๆ อีกหลายคน. สำหรับนักมวยปล้ำท่านอื่น ๆ ขอให้พยายามสร้างความสุขให้กับแฟน WWE ต่อไป เท่าที่คุณสามารถทำได้ พวกเขาคือแฟนคลับที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก”

สำหรับข้อความของเคิร์ท แองเกิลนั้น มีความหมายว่าเขายอมรับและเคารพการตัดสินใจของคณะผู้บริหารด้วยความยินดี แต่ก็มีนักมวยปล้ำมีออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงตัดพ้อไปถึงอดีตต้นสังกัดอีกด้วย อย่างเช่น Maverick ที่เป็นสมญานามในวงการของของ เจมส์ เคอติน เขาได้กล่าวว่า “ฉันก็เหมือนคนอื่น ๆ ที่อาจไม่ได้ทำสิ่งนี้อย่างจริงจังเหมือนในตอนแรก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันส่งผลกระทบกับชีวิตของหลาย ๆ คน ส่งผลต่อการทำมาหากินของคนหลาย ๆ คน มันไม่เกี่ยวกับชื่อเสียงของฉัน แต่มันเกี่ยวกับการเลี้ยงครอบครัวและค่าใช้จ่ายของฉัน”

นี่คือตัวอย่างของนักมวยปล้ำที่กลายเป็นคนว่างงาน จากผลกระทบของการระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ได้เรียนรู้ว่า ไม่ว่าจะอาชีพใดก็สามารถพบเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ได้เช่นเดียวกัน

มาร์ก มาร์เกซ หมดโอกาสชิงแชมป์โมโตจีพี หลังเพิ่งกลับมาเปิดสนาม

ดูเหมือนว่าโอกาสในการแข่งขันชิงแชมป์ของมาร์ก มาร์เกซ และทีม Repsol Honda ในการแข่งโมโตจีพี 2020 สนามแรก ที่ เซอร์กิโต เดอ เฆเรซ-อังเคล นีอัตโต้ ประเทศสเปน น่าจะจบลงหลังจากมาร์เกซประสบอุบัติเหตุหลังจากพยายามเร่งแซงคู่ต่อสู้ ส่งผลให้กระดูกแขนหักจนต้องเดินทางไปบาร์เซโลนาเพื่อทำการผ่าตัด

พลาดการป้องกันแชมป์โลก

มาร์เกซได้รับบาดเจ็บที่แขนขวาอย่างหนัก เป็นผลให้พลาดการป้องกันแชมป์โลกของเขา หลังจากออกตัวแล้วรถแหกโค้ง ทำให้ตกลำดับไปอยู่ที่ 14 แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้ทำให้มาร์เกซเร่งเครื่องแซงนักบิดคนอื่น ๆ มาจนแตะอันดับที่ 3 ก่อนที่รถจะสะบัดจนทำให้เสียหลักไถลออกข้างทางอย่างรุนแรง

นอกจากแขนขวาแล้ว เขามีอาการบาดเจ็บที่กระบังลมฝั่งขวาจากการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของ MotoGP ได้ยืนยันว่า มาร์เกซไม่มีการบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ศีรษะหรือทรวงอก แต่เขาจะอยู่ภายใต้การดูแลเฝ้าสังเกตการณ์ เป็นเวลา 12 ชั่วโมงก่อนส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล Universitari Dexeus ในบาร์เซโลนา ของเช้าวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม และมีแผนดำเนินการรักษาโดย D.r Xavier Mir และทีมผู้ช่วยของเขาในวันอังคารที่ 21 กรกกฎาคม นอกจากทีมแพทย์ต้องทำการรักษามาร์ก มาร์เกซแล้ว ยังต้องทำการรักษา แคล ครัทโคลว์ (Cal Crutchlow) นักแข่งดาวเด่นอีกคนของทีมเรปโซล ฮอนด้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการแข่งเช่นเดียวกันอีกด้วย

หลังจากที่มาร์ก มาร์เกซได้เข้ารับการรักษาจากทีมแพทย์เป็นอย่างดีแล้ว เขาได้โพสข้อความในทวีตเตอร์ส่วนตัวของเขาว่า “ในบางครั้ง สิ่งต่าง ๆ ก็ไม่เป็นไปตามที่คุณคาดหวัง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการลุกขึ้นและเดินหน้า ผมหวังว่าคุณจะสนุกกับการกลับมา! ตอนนี้ผมต้องผ่าตัดเพื่อรักษากระดูกที่หักของผม ผมสัญญากับทุกคนว่าผมจะรีบกลับมาโดยเร็วและจะแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม”

นักแข่งอายุน้อยที่แฟนโทโตจีพีต่างจับตามอง

สำหรับมาร์ก มาร์เกซ นักแข่งรถจักรยานยนต์ ที่ถูกขนานนามว่า แชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยสไตล์การบิดที่โดดเด่น หนักหน่วงกว่านักแข่งคนอื่น ๆ รวมถึงทักษะและเทคนิคเฉพาะตัวต่าง ๆ อย่างเช่น การเบรกที่มักเกิดขึ้นกับล้อหลัง ไม่ว่ามาร์เกซจะอยู่ในจุดใดของสนาม เขาก็ยังดึงดูดสายตาของคนดูโดยรอบได้อยู่เสมอ จากความก้าวร้าว กล้าได้กล้าเสี่ยง ไม่หวาดหวั่นต่อคู่ต่อสู้ที่เบียดเข้าหาด้วยความเร็ว

นอกจากนี้การตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจในขณะที่อยู่ในสนาม มาร์เกซมักจะตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ราวกับว่าตัวเขาและรถคู่ใจ Honda RC213V เป็นส่วนหนึ่งของกันและกันได้อย่างลงตัว ทักษะการคาดเดาสถานการณ์ล่วงหน้าของมาร์เกซ คืออีกหนึ่งความน่าทึ่งของเขา เพราะเขานั้นสามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ จึงทำให้เห็นว่าเขาเลือกที่จะแยกตัวออกจากแถวหรือเบียดตัวเข้าขวางคู่แข่ง

ไม่แปลกใจเลยว่าเพราะอะไรมาร์ก มาร์เกซถึงเป็นที่ชื่นชมของแฟน ๆ เพราะนอกจากความสามารถในการแข่งรถที่โดดเด่นชัดเจนแล้ว เขายังมีความมุ่งมั่น แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมพลังในชีวิตของใครหลาย ๆ คนได้อย่างดีเยี่ยม

รู้จักกับ อากิระ นิชิโนะ โค้ชญี่ปุ่นคนแรกที่พาฟุตบอลทีมชาติไทยก้าวไกล

หากใครที่ติดตามวงการฟุตบอลทีมชาติไทยมาโดยตลอด คุณคงจะพอสังเกตได้ว่าทีมชาติไทยได้จ้างโค้ชต่างประเทศมาหลายต่อหลายประเทศ ซึ่งจุดมุ่งหมายก็มีเพียงสิ่งเดียวคือการสร้างความเก่งกาจให้กับนักเตะลูกหนังทีมชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ เยอรมัน บราซิล แต่ละชาติที่จ้างมาก็ล้วนแล้วแต่เป็นชาติที่ขึ้นชื่อว่าเก่งเรื่องฟุตบอลด้วยกันทั้งสิ้น แต่ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ทีมชาติไทยเริ่มเปลี่ยนจากการเลือกโค้ชแถบประเทศตะวันตกเป็นโค้ชจากทวีปเอเชีย เหตุผลส่วนหนึ่งก็เพราะว่า โค้ชเอเชียเข้าใจสรีระของนักเล่นฟุตบอลทีมชาติไทย พื้นความรู้และรูปแบบการครองเกมก็เข้าอกเข้าใจเป็นอย่างดี รวมถึงโค้ชคนล่าสุด นิชิโนะ อากิระ ที่แม้จะครองตำแหน่งโค้ชมาไม่นาน แต่กลับดึงกระแสความสนใจจากคนรักบอลไทยเป็นอย่างยิ่ง

กว่าจะก้าวมาเป็นโค้ชทีมชาติไทย นิชิโนะ อากิระ ผ่านอะไรมาบ้าง

นิชิโนะ เริ่มต้นบทบาทของการเป็นโค้ชด้วยการคุมทีมชาติญี่ปุ่นรุ่นเยาวชน ซึ่งเขาก็สามารถพิสูจน์บทบาทการคุมทีมได้เป็นอย่างดี ผลงานที่สร้างชื่อให้กับเขามาจากการคุมทีมชาติญี่ปุ่นรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ก็คือการเอาชนะทีมสหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ สำหรับการชิงที่ 3 ของเกมส์การแข่งขันฟีฟ่า เวิลด์ ยูธ แชมเปียนชิพ 3 – 0 คว้าเหรียญทองแดงจากการแข่งขันกลับมา แม้เขาจะสามารถทำหน้าที่โค้ชทีมเยาวชนญี่ปุ่นต่อไปได้ แต่นิชิโนะกลับเลือกที่จะคุมทีมชาติรุ่นใหญ่เพื่อเก็บประสบการณ์ จนกลับมาคุมทีมเยาวชนอีกครั้ง ครั้งนี้เขาสามารถพาทีมเยาวชนญี่ปุ่นเอาชนะบราซิลไป 1 – 0 ชื่อของเขาถูกจารึกในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลญี่ปุ่น จากนั้นเขากลับเปลี่ยนเส้นทางไปคุมทีมสโมสรในญี่ปุ่นแทน ต่อมาชีวิตโค้ชของเขาก็ได้พาเขากลับมาคุมทีมชาติญี่ปุ่นอีกครั้ง ครั้งนี้เขาพาญี่ปุ่นเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ของฟุตบอลโลก 2018 และล่าสุด เขาได้เซ็นสัญญากับทีมชาติไทยโดยคุมทั้งทีมชาติชุดใหญ่และทีมชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี

สร้างผลงานเลื่องชื่อไทยเอาชนะสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ครั้งแรกในรอบ 15 ปี

จากผลงานล่าสุดที่ทีมชาติไทยเอาชนะสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ 2 – 1 จนเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม จี จากการคัดเลือก 16 ทีมสุดท้ายเข้าสู่บอลโลก 2022 ความน่าทึ่งของสถิตินี้คือเป็นครั้งแรกในรอบสิบห้าปีที่ไทยเราเอาชนะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ โดยครั้งล่าสุดนั้นเกิดในปี 2004 เรียกได้ว่า จากผลงานครั้งนี้เองที่ทำให้แฟนบอลหลาย ๆ คนชื่นชม

ต้องบอกเลยว่าเส้นทางของโค้ชผู้นี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และที่สำคัญผลงานของความสำเร็จล้วนแล้วแต่มาจากความพยายาม มุ่งมั่นและเอาใจใส่ทั้งสิ้น เราในฐานะแฟนบอลทีมชาติไทยที่อยากลุ้นให้บอลไทยไปไกลถึงบอลโลกก็คงได้แต่เอาใจช่วยว่านิชิโนะ อากิระจะทำได้สำเร็จในครั้งนี้

คิปโชเก้ ชายผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดการวิ่งของมนุษย์ได้

หากเอ่ยถึงข่าวคราวในวงการการวิ่งที่โด่งดังในรอบสัปดาห์มากที่สุด คงหนีไม่พ้นข่าวของชายผู้หนึ่ง ที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ไปได้อย่างน่าทึ่ง กับการวิ่งมาราธอนทำลายสถิติโลก แน่นอนว่าจากสิ่งที่เขาทำในวันนั้น ส่งผลให้ชื่อของเขาถูกจารึกในวันนี้ แม้ว่าสถิตินี้ไม่ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการ แต่สถิติจะได้รับการบันทึกในใจของมวลมนุษยชาติแน่นอน

คิปโชเก้ กับการวิ่งมาราธอนรายการพิเศษ

สำหรับรายการวิ่งที่ทำให้คิปโชเก้ได้รับการรู้จักและยกนิ้วให้กับ “ความอึด” อันดับหนึ่งของโลกก็คือรายการวิ่งมาราธอนพิเศษที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรเลีย โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมานี้ เขาคือคนแรกที่สามารถวิ่งในระยะทางมาราธอน 42.195 กิโลเมตร ในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 59 นาที 40.2 วินาที การจัดวิ่งมาราธอนครั้งนี้จัดที่สวนสาธารณะเพรเตอร์ปาร์ค ในรายการนี้มีนักวิ่งเข้าร่วมมากถึง 41 คน

รู้จักกับคิปโชเก้ให้มากขึ้น

อ่านมาจนถึงตอนนี้แล้ว คุณคงสงสัยใช่หรือไม่ ว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นใครมาจากไหน เพราะอะไรจึงมีความอึดและปอดที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก คิปโชเก้เป็นชาวเคนยา ซึ่งเราเองต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สรีระและร่างกายของนักวิ่งแถบประเทศแอฟริกาเป็นสรีระที่เอื้ออำนวยให้วิ่งเร็ว มีมัดกล้ามเนื้อที่ไม่มากเหมือนนักวิ่งยุโรป แต่ในขณะเดียวกัน ช่วงขาเองก็ยาวจนการก้าวแต่ละครั้งไกลและได้เปรียบนักวิ่งจากทวีปเอเชีย นอกจากสรีระจะได้เปรียบนักวิ่งจากทั่วโลกแล้ว ประเทศเคนยาก็ยังเป็นประเทศที่ระบบขนส่งสาธารณะยังไม่สะดวกมากนัก ส่งผลให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศนี้ต้องใช้การเดินเป็นหลักนับแต่เล็กจนโต จึงอาจกล่าวได้ว่า “ประสบการณ์” หล่อหลอมให้แข็งแกร่งก็คงไม่ผิดนัก

รู้จักกับการวิ่งมาราธอน

สำหรับการวิ่งมาราธอนคือการวิ่งแข่งขันในระยะยาว ส่วนใหญ่จะมีการวิ่งบนถนน หรืออาจจะวนรอบสนามกีฬา สวนสาธารณะตามแต่ผู้จัดการวิ่งสะดวก การแข่งขันวิ่งมาราธอนมีระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ประวัติการวิ่งมาราธอนมาจากทหารชาวกรีกวิ่งเพื่อการรบจากเมืองมาราธอน ไปยังเมืองเอเธนส์ ซึ่งด้วยชื่อของเมืองอันเป็นจุดเริ่มต้นนี้เอง ที่ทำให้ “มาราธอน” เป็นชื่อเรียกขานการวิ่งระยะยาว

การวิ่งมาราธอน ต้องอาศัยปัจจัยหลาย ๆ ด้านเพื่อมุ่งไปจุดหมาย นอกจากสภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง ทั้งการหายใจ และกล้ามเนื้อ การวิ่งมาราธอนคือการต่อสู้ของจิตใจอย่างแท้จริง คือการต่อสู้กับความทรมานของร่างกาย ยามที่ร่างกายก้าวขาไม่ออก ยามที่หายใจแทบไม่ทัน แต่หากวิ่งได้สำเร็จจะรู้สึกภาคภูมิใจมาก ซึ่งปัจจุบันการจัดงานวิ่งมาราธอนก็มีหลายงานในประเทศไทย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง มาฝึกวิ่งตั้งแต่วันนี้จะดีกว่าไหม นอกจากจะได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังได้ของแถมเป็นความภาคภูมิใจ ไม่แน่ว่าคนทำลายสถิติโลกคนต่อไปอาจเป็นคุณก็ได้