ถึงไม่น่าเชื่อ แต่มันคือเรื่องจริง ! สถิติชี้แนวรุก Manchester United ห่วยแตกกว่า ‘Bebé’

เล่นเอาแฟนบอลปีศาจแดงต่างตะลึงไปตาม ๆ กัน เมื่อสถิติเผยว่า Bebé นักเล่นผู้ถูกปรามาส มีจำนวนตัวเลขดีกว่าบรรดาแนวรุก Manchester United ในชุดนี้ทุกคน !! ‘Bebé’ อดีตปีกแห่งดินแดนฝอยทอง ที่เหล่าแฟนบอลปีศาจแดงไม่ค่อยปลื้ม และต่างยกให้เป็นหนึ่งใน ‘Dealยอดแย่’ โดยเขาสร้างผลงานในสีชุดของ Man U ดีกว่าผู้เล่นแนวรุกในชุดนี้เสียอีก !

Bebéนักฟุตบอลชาวโปรตุเกส ที่สร้างผลงานได้ดีขึ้น

โดย Manchester United สร้างกระแสฮือฮาจากทุกฝ่าย ด้วยการดึง ‘Bebé’ มาจาก Vitoria Guimaraes ในโปรตุเกสด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์ หากแต่กลับสร้างความผิดหวังเพราะโชว์ฟอร์มได้ไม่สมน้ำเงิน เขาจึงถูกปล่อยตัวออกไปอย่างถาวร ไม่มีหวนกลับ ในปี ค.ศ.2014 แต่ถึงกระนั้นก็ตามปีกผู้ทอดทิ้งรายนี้สามารถยิงไปได้ถึง 4 ประตู ! จาก 334 นาทีที่ลงเล่นให้กับปีศาจแดง ซึ่งเมื่อนำมาคิดเป็นจำนวนเฉลี่ยแล้ว ‘Bebé’ จะยิงประตูได้ทุก ๆ 167 นาที ทำให้มีผลงานดีกว่าบรรดาแนวรุกปีศาจแดงในชุดนี้เลยทีเดียว จึงทำให้หลายคนรู้สึกทึ่งเป็นอย่างมาก

สถิติของแนวรุกของสมาชิก Manchester United เมื่อเทียบกับ ‘Bebé

  • Bebé – 167 นาที
  • Anthony Martial – 177 นาที
  • Romelu Lukaku – 178 นาที
  • Marcus Rashford – 236 นาที
  • Lexis Sánchez – 542 นาที

เมื่อเจอแบบนี้เข้าไปทำให้บรรดาแนวรุก Manchester United ต้องถึงกับกุมขมับแล้วว่าฟอร์มการเล่นของพวกเขา ดีพอกับปีศาจแดงแล้วหรือยัง เนื่องจากฟอร์มยังสู้แข้งซึ่งถูกตราหน้าและปรามาสจากผู้คนจำนวนมาก ว่าเป็นหนึ่งใน Deal ยอดแย่ไม่ได้เลย

หรือ ‘Bebéอาจโดนปรามาสเกินจริง

จากชายที่ถูกพ่อแม่ทิ้งในตอนเด็ก และได้ย่าเลี้ยงจนเจริญเติบโตขึ้นมา จนมีโอกาสได้เล่นฟุตบอล ให้กับ Estera รับค่าเหนื่อยปีละ 10,000 ปอนด์ สุดท้ายเล่นสร้างผลงานไม่ดีสโมสรเร่ขาย หากแต่ ‘Bebé’ ก็ได้ Victoria Guimares จับมาเซ็นสัญญาร่วมทีม หากแต่ยังไม่ทันได้เล่นเกมอย่างเป็นทางการหากแต่ Man U ได้ติดต่อซื้อตัวมา ด้วยมูลค่า 7.4 ล้าน นอกจากนี้ได้ลงสนามเพียงแค่ 2 นัดใน Premier league แต่ได้ชูถ้วย Premier league พร้อมกับเพื่อน ๆ แล้ว เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อเขาได้ไป SL Benfica เล่นในลีกบ้านเกิดได้ลงสำรองเพียงแค่ 25 นาที และแค่ในนัดเดียวเท่านั้น สามารถคว้าแชมป์ลีกโปรตุเกสทันที น่าตื่นตะลึงมาก ! หรือเขาคือชายผู้มากับดวงอันแข็งแกร่ง เพราะบางคนเล่นให้ทีมบ้านเกิด 500 กว่านัดยังไม่เคยจะได้แชมป์ลีกเลย ! แต่ ‘Bebé’ เล่นไป 25 นาทีกลับได้แชมป์ ! ไป นอกจากนี้ยังได้ลงบอลถ้วย รวมทั้งอื่น ๆ อีก 5 นัด แถมได้แชมป์บอลถ้วยโปรตุเกสมาอีก สุดยอดไหมล่ะ

และด้วยการทำสถิติที่คาดไม่ถึงนี่เอง ทำให้ต้องหันมาพิจารณา Bebe กันใหม่อีกครั้ง ซึ่งเขาอาจจะเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองมาเป็นอันดับหนึ่งเลยก็ได้ อย่างไรก็ตามก็คงต้องจับตาดูกันต่อไป

เหลือเชื่อ ! ฟุตบอล ‘ทีมชาติไทย’ แพ้แม้ ‘อินเดีย’

เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก ที่ประเทศซึ่งตีคริกเก็ตเป็นกีฬาหลักอย่าง ‘อินเดีย’ จะบุกมาจัดการ ‘ทีมชาติไทย’ ได้ถึงบ้านในรายการ King Cup 2019 ยิ่งสะท้อนให้เห็นการเล่นของศึกช้างศึกไทยในยุคนี้ และยิ่งถ้านับรวมความพ่ายแพ้ต่ออินเดีย 4-1 ก่อนหน้านี้ในศึก Asian Cup รวมถึงการแพ้คู่แข่งตลอดกาลอย่างเวียดนาม แบบเละคาบ้านก็ยิ่งกลายมาเป็นเครื่องตอกย้ำความย่ำแย่ของทีมชาติไทย ให้บาดลึกเข้าไปอีก คำถามสำคัญคือ อะไรที่พาทีมไทยมาถึงจุดนี้ได้ ?

รับไม่ได้

ย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อน ที่ทีมชาติไทย สามารถดำเนินไปได้ดีในยุคของ ‘โค้ช ซิโก้ เกียรติศักดิ์’ ที่เขาสามารถพาทีมผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกรอบ 12 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ แต่ก็มาพ่ายแพ้ให้กับซาอุดิอาระเบียถึง 3-0 อีกทั้งยังบุกไปแพ้ญี่ปุ่น 4-0 ทำให้ ‘พล.ต.อ.สมยศ’ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยรับไม่ได้ ทำให้โค้ชซิโก้ประกาศสละตำแหน่ง และจากจุดนี้นี่เองที่ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการหลงทางครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลไทย และเกิดการพ่ายแพ้อย่างที่เห็น

เลือกโค้ชแบบไม่ใส่ใจ

เมื่อตำแหน่งว่าง สมาคมเลือกใช้วิธีเปิดรับสมัครแบบไร้การวางแผน ทำให้กุนซือว่างงานจากทั่วโลก เดินทางมาสมัครกันมาก แต่คนที่ไปโดนใจประธานฝ่าย คือ ‘มิโลวาน ราเยวัช’ กุนซือชาวเซอร์เบียมีดีกรี เพราะเคยพา Ghana เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ในการแข่งขันฟุตบอลโลก

‘มิโลวาน ราเยวัช’ ไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง

‘มิโลวาน ราเยวัช’ สั่งให้นักเตะทั้งทีมลงไปกองแถวหน้าประตูตัวเอง แต่สุดท้ายก็แพ้แม้ว่าจะเสียประตูไม่ค่อยมากก็ตาม ซึ่งต่อมา ราเยวัช ได้ต่อสัญญาทำให้เขารับเงินก้อนใหญ่ตอนโดนไล่ออก สำหรับสาเหตุของการออกของ ราเยวัช คือ การทำให้ทีมไทยตกรอบตัดเชือกศึก AFF Suzuki Cup 2018 โดน อินเดีย ถล่มอย่างยับเยิน 4-1 ทำให้เขาโดนปลดกลางอากาศในทันที

ยังไม่เห็นความหวังใหม่

การมารับงานอย่างกะทันหันของ ‘โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์’ ทำให้ทีมชาติไทยยังดี ๆ ทรุด ๆ ถึงแม้เขาจะสามารถพาทีมเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายใน Asian Cup หากแต่ความพ่ายแพ้อย่างน่าอดสู แก่ทั้ง อินเดีย และ เวียดนาม ก็ทำให้อนาคตของทีมไทยดูมืดมนลงไปกว่าเดิม นอกจากนี้อีกปัจจัยหนึ่ง คือ การพัฒนาตัวเองอย่างเต็มฝีเท้าของ เวียดนาม คู่แข่งเพื่อนบ้านซึ่งสามารถทำผลงานได้ดีในเวทีระดับ ASIA ราวกับดาวที่กำลังจะระเบิดแสง ส่งผลให้แน่นอนว่า หลังจากนี้จะทำให้ ทีมชาติไทยต้องประสบพบเจอกับความกดดันอย่างแน่นอน

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าทีมชาติไทยกำลังเจอกับปัญหาหนัก ซึ่งก็ยังไม่แน่ว่าจะสามารถพลิกเกมกลับขึ้นมาคว้าชัยชนะได้อีกหรือไม่ อย่างไรก็ต้องจับตามองกันต่อไป โดยเชื่อว่าถ้าทุกคนมุ่งมั่นและตั้งใจสู้กับการแข่งขันฟุตบอลจริง ๆ ก็ยังพอมีหวังอย่างแน่นอน

คริสเตียโน โรนัลโด นักเตะแข้งทอง จอมทำลายสถิติ

เมื่อพูดถึงข่าวคราวในวงการฟุตบอลต่างประเทศ นักเตะที่ฮ็อตที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากนักเตะแข้งทองที่ได้ชื่อว่าเป็นนักกีฬาที่ทำรายได้ได้มากที่สุดในขณะนี้ นั่นคือนักเตะหนุ่มสุดหล่อ ร่างกายกำยำ “คริสเตียโน โรนัลโด” กองหน้าแข้งทองจากทีมเรอัล มาดริด ที่นับวันก็ยิ่งจะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ทำลายสถิติต่าง ๆ ในวงการฟุตบอลที่นักฟุตบอลรุ่นพี่ทำเอาไว้อย่างต่อเนื่อง

เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลของคริสเตียโน โรนัลโด

                มาทราบประวัติความเป็นมาของนักเตะฝีเท้าดีผู้นี้กันอีกสักครั้ง คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักเตะชาวโปรตุเกส ปัจจุบันอายุ 33 ปี สูง 185 เซนติเมตร ซึ่งผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าผู้นี้ ได้เข้าสู่วงการนักเตะและประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เริ่มต้นจากการเป็นนักฟุตบอลเยาวชนของทีมอังดูริญญา นาซีอลูนัล จนได้เริ่มเข้าไปเล่นในลีกภายใต้สังกัดของสโมสรสปอร์ติงลิสบอน จนไปเข้าตาเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน และได้เซ็นต์สัญญาเข้าเป็นผู้เล่นของทีมแมสเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก่อนจะถูกซื้อตัวมาอยู่ทีมเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ ทำสถิติเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดที่ถูกซื้อตัวจากทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สถิติที่ถูกคริสเตียโน โรนัลโดทำลาย

                ล่าสุดต้นปี 2018 นี้ คริสเตียโน โรนัลโดก็ได้ทำลายสถิติและสร้างสถิติใหม่ ทำสถิติเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ที่สามารถยิงได้ 10 นัดติดต่อกัน ไม่เพียงเท่านั้นเขายังสร้างสถิติยิงยูเวนตุสได้ถึง 9 ประตู ซึ่งถือเป็นนักเตะที่สามารถทำประตูได้มากที่สุดในการยิงคู่แข่งทีมเดียว อีกทั้งเขายังทำสถิติเป็นนักเตะที่ยิงรวมได้มากที่สุดเป็นจำนวน 39 ประตูในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือเป็นการทำประตูได้มากที่สุดในลีกชั้นนำของยุโรป นอกจากนี้ในปี 2017 ที่ผ่านมาเขาก็ได้ทำลายสถิติเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทั้ง 5 ลีกใหญ่ในทวีปยุโรปไปได้อย่างที่เรียกว่าสถิตินี้เป็นสิ่งที่ยากยิ่งที่จะมีนักเตะทำได้ และแล้วโรนัลโดก็ทำไปได้จริง ๆ ด้วยสถิติการทำประตูไปถึง 367 ประตู แซงจิมมี กรีฟส์ กองหน้าในตำนานจากทีมสเปอร์สที่เคยทำสถิติสูงสุดเอาไว้ 366 ประตูในอดีต

ดูเหมือนว่าคริสเตียโน โรนัลโดจะโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็คงจะต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าในปี 2018 นี้เขาจะสามารถสร้างสถิติใหม่ได้ในลีกใดอีกบ้าง รวมถึงสำหรับศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซียในปีนี้ เขาจะสามารถนำทีมโปรตุเกสโชวฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และคว้าตำแหน่งหรือคว้าแชมป์ใดไปได้บ้าง ก็เป็นเรื่องที่คอบอลต้องคอยติดตามดูกันต่อไป